กู่หลิงฮวาหลับตาแน่น
ภาพแผ่นหลังของหญิงสาวผู้ยืนหยัดถือกระบี่เพื่อปกป้องตนยังคงชัดเจนอยู่ในห้วงความคิด
ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ ความละอายที่ถาโถมเข้ามาแทบกลืนกินจิตใจของนางจนไม่อาจหายใจได้
‘ทั้งที่เอาแต่หนี…เจ้าคิดจะบานสะพรั่งเช่นดอกเหมยงั้นหรือ?’
ไม่ต้องพูดถึงการเบ่งบาน…หากยังเป็นเช่นนี้ ต่อให้อยากเป็นยอดยุทธ์เพียงใด ก็คงไม่มีวันเป็นได้
จู่ๆ นางก็นึกถึงกู่หยางชอน
บุรุษที่เคยเอาแต่เอาใจตัวเอง ไม่แยแสโลก ไม่สนใครแม้แต่น้อย
แต่นางก็ได้ยินข่าวว่า เขาสามารถรับมือกับยอดฝีมือผู้ที่แม้แต่นัมกุงบีอายังไม่อาจรับมือได้
‘…เขาทำได้ยังไงกัน ทั้งที่เคยเป็นคนแบบนั้น…’
เมื่อครั้งสุดท้ายที่เห็นเขา ก็คือช่วงนี้ของปีก่อนโน้น
ในความทรงจำของกู่หลิงฮวา ภาพของกู่หยางชอนในวันนั้นยังชัดเจนชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม แผ่รังสีอันเย็นชาและไม่เอาอะไรกับใคร
เขาไม่เคยทำอะไรเลย นอกจากผลักทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากตัวเอง
สุดท้ายนางก็เป็นฝ่ายปล่อยเขาไปในวันนั้นเอง…
‘…คนแบบนั้น…เปลี่ยนไปได้ยังไงกัน’
ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา…ไม่รู้ว่าคือความสงสัยหรือความริษยากันแน่
กู่หลิงฮวาเงื้อกระบี่ขึ้นอีกครั้ง ฟาดฟันลงมาอย่างแรง
ครั้งนี้นางพยายามใส่พลังเข้าไปมากกว่าครั้งก่อน หากยังยอมรับความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้ ก็ต้องทุ่มสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้หมด
และนางก็ฝึกไปเรื่อยๆ …เรื่อยๆ จนแทบจะทรุดลงกับพื้น