ทันใดนั้น ข้าก็นึกถึงข่าวที่ว่า…มีศิษย์ของฮวาซานบางคนหายตัวไป
หรือจะเป็นเพราะเรื่องนั้นกันแน่?
แม้อาจมีเหตุผลอื่นอีก แต่ที่ข้ารู้ตอนนี้ก็มีแค่นั้น
“ข้าขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้า…ไว้ข้าจะมาเยี่ยมอีกที พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ”
“ไม่หรอกขอรับ ตอนนี้ข้าเกือบหายดีแล้ว คราวหน้าข้าจะเป็นฝ่ายไปเยี่ยมท่านเอง”
เมื่อได้ยินคำตอบ เซียนดอกเหมยก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
ถึงจะดูเหมือนยิ้ม แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ถ้าร่างกายเจ้าดีขึ้นแล้ว…ลองออกไปข้างนอกดูสิ ข้าเห็นว่ามีใครบางคนกำลังรอเจ้าอยู่นะ”
“ข้ารึ?”
หลังจากพูดจบ เซียนดอกเหมยก็หมุนตัวเดินจากไป ส่วนข้าก็ลุกขึ้นตามคำพูดนั้น
ใครกันที่มารอข้า?
…นัมกุงบีอา? หรือว่าวีซอลอา?
แต่สองคนนั้นก็เพิ่งมาหาข้าอยู่บ่อยๆ จนข้าต้องบอกให้พอได้แล้ว เพราะงั้นไม่น่าจะใช่
หรือว่าจะเป็น…ยองพุง?
‘ถ้าผู้ชายมาหากันบ่อยๆ ก็น่าอึดอัดอยู่หรอก…งั้นใครกันแน่นะ?’
ข้าหยุดความคิดชั่วคราว เพราะเผลอจะเรียกใครบางคนตามสัญชาตญาณ
…แต่ตาแก่ชินไม่อยู่แล้วนี่นา
คิดได้เช่นนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นเข้ามาในใจ
‘…หายไปไหนกันแน่’
ถึงก่อนหน้านี้ข้าจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนผีร้าย แต่พออีกฝ่ายหายตัวไปจริงๆ กลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด
เป็นความรู้สึกคลุมเครือที่อธิบายไม่ได้
เขาก็แค่เป็นตาแก่น่ารำคาญที่มากับลมปราณพิสดารของฮวาซานเท่านั้น