เมื่อข้าถามออกไป นางกลับเบือนสายตาหนีไปทางอื่น
นัมกุงบีอาจึงเดินเข้ามาใกล้ ลูบหลังของกู่หลิงฮวาเบาๆ
หลังจากรับสัมผัสปลอบโยนนั้น กู่หลิงฮวาก็ไอแห้งๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นมา
“…คือ ข้า…เจ้า…เจ้าสบายดีใช่ไหม?”
“อะไรสบายดี?”
“…ร่างกายน่ะ! เจ้ายังเจ็บอยู่รึเปล่า!”
จู่ๆ นางก็ตะโกนขึ้นมาทำเอาข้าสะดุ้ง
อะไรของนางกัน? ทำไมต้องตะโกนด้วย…
“…ไม่เป็นไรแล้ว”
ความจริงแล้ว คนที่ได้รับบาดเจ็บภายนอกมากกว่ากลับเป็นนัมกุงบีอาด้วยซ้ำ
“…งั้นหรือ”
หลังจากพูดเพียงเท่านั้น กู่หลิงฮวาก็ทำท่าจะวิ่งหนีราวกับทนอยู่ต่อไปไม่ไหว แต่ก็ถูกนัมกุงบีอาคว้าแขนไว้ก่อน
“พะ…พี่…!”
“ไม่ได้”
แม้กู่หลิงฮวาจะเรียกด้วยเสียงสั่นๆ แฝงความเว้าวอน แต่นัมกุงบีอากลับตอบด้วยท่าทีหนักแน่นไม่สั่นคลอน
ข้ายืนมองพวกนางเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไรดี…
สุดท้าย กู่หลิงฮวาดูเหมือนจะยอมแพ้ หันกลับมายืนประจันหน้าข้าอีกครั้ง
ไหล่ของนางสั่นระริกอย่างน่าสงสาร
“ขะ…ข้า…”
เสียงเบายิ่งกว่าเสียงหนูยังกับกระซิบ
จนข้าแทบต้องเอียงหูฟังให้ชัด ไม่งั้นคงไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ
“…ขะ ขอบคุณมาก!!”
แล้วในที่สุด กู่หลิงฮวาก็แผดเสียงลั่นขึ้นมาราวกับอดกลั้นไว้ไม่อยู่…
นางตะโกนเสียงดังได้ขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย…
แต่เพราะอายที่พูดออกไป กู่หลิงฮวาก็รีบวิ่งหนีหายไปในพริบตา
คราวนี้แม้แต่นัมกุงบีอาก็ไม่ได้พยายามจะรั้งนางไว้