เสียงถามแฝงแววเดือดดาล แต่เขาไม่ได้รับคำตอบใดตอบกลับมาเลย
ตู้มมม!
เพลิงอัคคีเก้ากงล้อปะทุขึ้นอีกครั้ง เปลวไฟร้อนแรงแผดเผาทุกทิศทางราวกับจะไม่ยอมให้แม้แต่เถ้าถ่านหลงเหลืออยู่
แม้ยาฮยอลจ็อกจะสะบัดดาบใหญ่เพื่อปัดป้อง แต่ก็ไม่อาจสกัดเปลวไฟทั้งหมดไว้ได้
เปลวเพลิงที่แทรกตัวเข้ามาราวกับคลุ้มคลั่ง และในจังหวะที่ช่องว่างเพียงน้อยนิดเปิดออก ก็มีมือหนึ่งแหวกผ่านทะลุเปลวเพลิงเข้ามา
มือนั้นคว้าคอของยาฮยอลจ็อกเอาไว้แน่น ก่อนจะมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นห่อหุ้มฝ่ามือราวกับหมายจะเผาศีรษะของเขาให้มอดไหม้
ในวินาทีนั้นยาฮยอลจ็อก ปลดปล่อยพลังภายในออกมาอย่างฉับพลัน
และดีดตัวหนีถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว
มือหนารีบป้องลำคอไว้แน่นจากไอร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ไอควันลอยกรุ่นจากร่างที่เพิ่งก้าวออกมาจากเปลวเพลิง
‘…พลาดไปแล้ว’
[ใจเย็นไว้ก่อนเถอะ…!]
เสียงของตาแก่ชิน ตะโกนดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัว
‘ข้าก็ใจเย็นอยู่นี่ไง’
[…เจ้าบอกข้าว่าเจ้าใจเย็น ทั้งที่ข้าเองก็ยังรู้สึกได้ชัดเจนว่ามีบางสิ่งพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายเจ้าแบบนี้เนี่ยนะ!?]
คำพูดนั้นช่างแปลกนัก
ข้าเองก็รู้ตัวดีว่าตอนนี้ใจเย็นอยู่จริงๆ
เพียงแค่…เสียดายเท่านั้น
ในมือนี้ยังคงมีความรู้สึกจากการคว้าคอของมันอยู่ หากตอนนั้นเผาให้มอดไหม้ไปเลยก็คงดี
มันดูเหมือนมีอะไรบางอย่างมากกว่าที่ข้าคิด
ยาฮยอลจ็อก—ชื่อของบุรุษที่กำลังถือดาบใหญ่เผชิญหน้ากับข้า