ข้ารู้จักเขาอยู่ก่อนแล้ว
เขาเป็นหัวหน้าหน่วยแห่งหน่วยหมาป่าสวรรค์ทมิฬซึ่งขึ้นตรงต่อมาร สวรรค์ โดยตรง
บุรุษจากลัทธิมารที่สวมผ้าปิดปาก และปิดตาข้างหนึ่งไว้ด้วยผ้าดำ ในชาติก่อน เขาไม่ใช่คนที่ดูจะตะโกนคำหยาบคายหรือเหี้ยมเกรียมนัก
หากแต่เป็นเพียงคนที่เชื่อฟังคำสั่งของผู้นำอย่างเงียบงัน…ราวกับศพเดินได้ก็ไม่ปาน
ซึ่งต่างจากตอนนี้โดยสิ้นเชิง
‘เขามาจากตำหนักรัตติกาล สินะ…’
อดีตของพวกมารย่อมมีมากมาย ข้าไม่เคยใส่ใจนักหรอก ในเมื่อข้ายังต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ จะให้ไปห่วงชีวิตใครได้อย่างไร?
ข้าสะบัดมือเบาๆ ไล่ความรู้สึกที่ยังค้างอยู่ในฝ่ามือ
‘นัมกุงบีอา…’
เมื่อกวาดตามองไปยังจุดที่นางเคยนอนอยู่เมื่อครู่
นางหายไปแล้ว—คงเคลื่อนย้ายตัวเองไปที่อื่นเรียบร้อย
เมื่อตอนข้ามาถึงที่นี่เป็นครั้งแรกนัมกุงบีอานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ภาพนั้นทำให้ข้านึกถึงวาระสุดท้ายของราชินีกระบี่มาร ตอนที่นางสิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของข้าอย่างเงียบงัน
หากข้ามาช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว…บางที ข้าอาจต้องเห็นภาพนั้นซ้ำอีกครั้งก็เป็นได้
ฟวู้มม!
เปลวเพลิงที่โอบล้อมร่างข้าสะบัดไหวอย่างรุนแรง ราวกับสะท้อนอารมณ์ที่ปั่นป่วนจากภายใน
[…เจ้าเด็กโง่เอ๊ย!]
ข้าก้าวพุ่งเข้าไปหาศัตรูโดยไม่ลังเล
พร้อมกันนั้น เพลิงอัคคีเก้ากงล้อก็เริ่มหมุนควงด้วยความเร็วสูง
ข้าถีบพื้นทะยานออกไป เปลวไฟกระเซ็นฟุ้งกระจายรอบตัว