เพื่อเรียกสติกลับคืน นัมกุงบีอากัดริมฝีปากแน่น แรงกัดนั้นมากพอจนเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย
ทว่าขณะที่นางเร่งเร้าก้าวเท้า ลมปราณก็เริ่มจางลง กระบี่ที่เคยอัดแน่นด้วยพลังแห่งปราณ กระบวนท่าก็เริ่มไร้เรี่ยวแรง
ร่องแสงของกระบี่ที่เคยพุ่งเฉียบคม บัดนี้กลับค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย
กระบี่ในมือที่ตอบสนองต่อความเหนื่อยล้าของร่างกายช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ยาฮยอลจ็อกเห็นจังหวะนั้น จึงเหวี่ยงแขนเข้าใส่นัมกุงบีอา
“อึก!”
เพียงการตวัดเบาๆ นางก็ปลิวกระเด็น ตุบ! กลิ้งไปกับพื้น
“นังหนูนี่…ยังไม่เคยฆ่าคนเลยสินะ?”
นัมกุงบีอาหอบหายใจแรงอย่างยากลำบากเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
ขณะมองดูนาง ยาฮยอลจ็อกคิดขึ้นมาในใจ
นางน่าจะผ่านวัยเยาว์มาแล้วกระมัง?
ผิวพรรณยังดูเปล่งปลั่งสดใส อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ก็ได้
แต่จะอย่างไร…ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะใส่ใจนัก
หากหน้าตาเป็นเยี่ยงนั้น แล้วยังมีฝีมือระดับนี้อีก ร่างกายก็คง…กระชับแน่นไม่ต่างกัน
ยาฮยอลจ็อกไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อครู่มีคนเรียกนางว่า ‘มังกรสายฟ้า’ ใช่หรือไม่นะ?
คนที่ว่ากันว่าเป็นทายาทคนต่อไปของตระกูลนัมกุงอย่างแน่นอน
นามสกุลนัมกุงแท้ๆ แต่ไม่ใช่มังกรกระบี่ ทว่ายังถูกขนานนามว่าเป็นมังกรสายฟ้าเสียได้
แค่ได้ยินก็ขำจนเกือบหลุดเสียง