เพราะกลัวว่าหากไปร้านแล้วพบว่าปิดอยู่ ข้าจึงตั้งใจจะสอบถามเวลาเปิดปิดไว้ล่วงหน้า โชคดีที่ร้านเปิดขายถึงตอนดึก
เมื่อถามเสร็จก็ถือโอกาสซื้อไม้ไก่ย่างมากินรองท้องไปหนึ่งไม้ แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังกระท่อมของหมอเทวดาซึ่งราชินีกระบี่พักอยู่
ข้าเดินออกจากลานสำนัก แล้วเข้าสู่แนวป่าอีกครั้ง
แม้ทางเดินจะลัดเลาะและไม่ชัดเจนนัก แต่พอเคยมาที่นี่สองสามครั้งก็พอจำทางได้อยู่
‘ไปถึงที่นั่น หมอเฒ่าคงจ้องข้าอีกแน่’
นึกถึงใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทีไรก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ สายตาที่มักมองมาอย่างไม่เป็นมิตร ทำให้ข้าไม่ค่อยอยากเข้าใกล้เท่าไรนัก
[…ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินเจ้าบ่นเรื่อง หน้าตาของคนอื่นแบบนี้นะ]
‘ท่านนี่ก็ชอบพูดอะไรแปลก ๆ ได้จังหวะพอดีทุกทีเลยนะ’
[ก็เจ้าดันพูดอะไรที่มันเหลือเชื่อเกินไปน่ะสิ จะให้เงียบได้ยังไง]
ข้ากำลังเดินพูดคุยเถียงกับเสียงในหัวอย่างไร้สาระ
ทันใดนั้น… ก็เห็นเงาร่างหนึ่งวิ่งสวนทางมาด้วยท่าทางร้อนรน
“…กู่หลิงฮวา?”
ข้าตกใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่านางน่าจะอยู่ในสำนักฮวาซาน
ไหนว่ามากับนัมกุงบีอา แล้วเหตุใดจึงกลับมาก่อนล่ะ?
‘งั้นนัมกุงบีอาล่ะ…?’
ร่างของกู่หลิงฮวาวิ่งตรงเข้ามาโดยแทบไม่ได้หายใจเลย ดูท่าว่าจะวิ่งมาด้วยความเร็วสุดกำลัง โดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย
พอเราสบตากัน นางก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ในทันที
“พ…พี่ชาย!”
“หา?”