ร่างของนางกระเด็นไปกระแทกเสาไม้ของอาคารด้านข้าง พร้อมเสียงไม้ลั่นเอี๊ยด ก่อนจะร่วงลงกับพื้นอย่างรุนแรง
“อา แย่หน่อยนะ ข้าคุมแรงไม่ค่อยอยู่”
เสียงของยาฮยอลจ็อกเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ ขณะที่นัมกุงบีอาพยายามยับยั้งอาการคลื่นไส้ ก่อนจะตั้งสติขึ้นมาอย่างยากลำบาก
‘นั่นมัน… อะไรกันแน่?’
แม้แต่รูปแบบการโจมต้ายังมองไม่ทันว่าเป็นแบบใด
เมื่อเห็นเขาปัดฝุ่นมือเบาๆ นางก็พอจะเดาออกว่าเขาเพิ่งใช้ “หมัด” ธรรมดาโจมตี
‘หมัด…? ใช่เหรอ…?’
เห็นเขาถือดาบใหญ่มาตลอด จึงเคยนึกว่าเขาเป็นมือกระบี่
แต่แรงกระแทกเมื่อครู่… ถ้าแค่หมัดเปล่าจริงละก็ นั่นมัน…
“อึก…!”
เสียงร้องครางเล็ดลอดจากริมฝีปาก เมื่อลองขยับแขนซ้าย
ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาทำให้นางมั่นใจว่า… กระดูกแขนน่าจะหัก
ยิ่งรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของยาฮยอลจ็อกที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
นัมกุงบีอาก็ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น แม้จะเจ็บแทบขาดใจ
“…หน้าเจ้า ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เสียงของยาฮยอลจ็อกดังมาจากระยะไม่ไกลนัก พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมที่ยังไม่หายไป
นัมกุงบีอากัดริมฝีปากแน่น เพื่อกลั้นทุกอารมณ์ไว้
ขณะเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของสำนักฮวาซาน
ข้ากำลังเดินเล่นไปตามลานด้วยก้าวสบายๆ เพื่อจะไปสอบถามเรื่องศิลามารอีกสักรอบ และกะจะถามด้วยว่า ร้านไก่ย่างร้านเดิมนั้น ยังเปิดขายอยู่หรือไม่