เส้นผมสีขาวอมฟ้า… ดวงตาสีฟ้าเย็น และกลิ่นอายเฉพาะตัวอันแหลมคม คุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของสายเลือดตระกูลนัมกุง เพิ่งจะมองเห็นชัดในยามนี้
“…เจ้าพวกตระกูลกู่ก็ว่าไปอย่าง แล้วนี่ตระกูลนัมกุงก็มาอยู่ที่ฮวาซานอีกคนงั้นหรือ? มันเกิดเรื่องบัดซบอะไรขึ้นกันแน่”
ยาฮยอลจ็อกยิ้มเย็น แต่ในใจกลับนึกถึงชายชื่อแบชงขึ้นมา
เท่าที่จำได้ คำรายงานของแบชงดูจะไม่มีการเอ่ยถึงตระกูลนัมกุงเลยแม้แต่น้อย
‘ไอ้เวรไร้ค่านั่น… ถ้ากลับไป ข้าจะฆ่ามันก่อนเป็นคนแรกแน่’
เอาเข้าจริง เขาก็ตั้งใจจะกำจัดแบชงทิ้งอยู่แล้ว เพียงเพราะไม่ชอบที่อีกฝ่ายเริ่มแสดงท่าทีแข็งขืน
แต่ตอนนี้… อาจคงต้องเร่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
ในขณะนั้น ลมหายใจของนัมกุงบีอาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ พลังลมปราณจากร่างนางก่อตัวเข้มข้นขึ้นทีละนิด
เมื่อไพ่ตายที่ซ่อนไว้ถูกใช้ออกไปแล้ว นางก็ไม่อาจปล่อยให้สมาธิไขว้เขวอีก
ในเมื่อพลังที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผยหมดแล้ว ต่อจากนี้ก็ต้องเผชิญหน้าอย่างเต็มกำลังเท่านั้น
‘จะต้านได้นานสักแค่ไหนกันนะ’
ขณะที่กำลังเตรียมกระบวนท่าต่อไป นัมกุงบีอาก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบแผ่ขึ้นตามต้นคอในชั่วพริบตา
สัญชาตญาณเตือนดังลั่น นางจึงรีบยกกระบี่ขึ้นตั้งรับอย่างฉับไว
เพราะตัดสินได้ในเสี้ยววินาทีว่าคงหลบไม่พ้นแน่นอน
ตูม!
เสียงปะทะหนักแน่นดังก้อง ร่างของนัมกุงบีอาลอยขึ้นกลางอากาศเล็กน้อยจากแรงกระแทกโดยตรง
“อึ่ก…!”