ก่อนหน้านี้ กู่หลิงฮวาเคยบอกว่า ราชินีกระบี่ดอกเหมยอยากพบหน้าข้าอีกสักครั้งก่อนที่ข้าจะกลับ และในเมื่อข้าก็ไม่มีธุระอันใดเป็นพิเศษ จึงคิดจะไปหานางในวันนี้
จะว่าไป มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรผัดผ่อนนัก
หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ข้าก็เดินออกมาจากห้องพอดีกับที่วีซอลอาเดินผ่านมา จึงร้องเรียก
“ข้าจะออกไปข้างนอกหน่อย”
“ไปไหนหรือเจ้าคะ?”
“มีธุระนิดหน่อย”
“ข้าไปด้วยไม่ได้หรอคะ…?”
นางเอ่ยถามอย่างลังเล
แต่การจะพานางไปด้วยคงไม่เหมาะนัก ทั้งกู่หลิงฮวาและหมอเทวดาคงไม่เต็มใจนักหากมีคนนอกไปด้วย
ยิ่งกว่านั้น…
ข้ายังตั้งใจจะไปเคลียร์เรื่องของจูกัดฮยอกให้ชัดเจนเสียด้วย
“วันนี้ข้าจะไปคนเดียว”
“งือ… งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”
“เดี๋ยวข้าจะซื้อไก่ย่างกลับมาฝาก”
“กลับมาเร็วๆ ล่ะ!”
…เสียงของนางดูสดใสขึ้นอย่างผิดปกติแฮะ
…ไม่หรอก คงแค่คิดมากไปเอง
ขณะเดียวกัน ณ อีกแห่งหนึ่ง
นัมกุงบีอาพยายามซ่อนมือที่สั่นระริกของตนเอาไว้โดยไม่ให้ใครเห็นความรู้สึกอยากจะเอาผ้ามาอุดจมูกในทันทีแล่นวาบขึ้นมาเต็มสมอง
กลิ่นเหม็นเป็นเรื่องรอง สิ่งที่น่าขยะแขยงกว่านั้นคือพลังอันอึดอัดที่ปกคลุมโดยรอบ
‘…กลิ่นคาวเลือด?’
ไม่น่าจะใช่เพียงแค่พลังภายใน แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นเพียงจิตสังหาร มันมีบางสิ่งปะปนอยู่ด้วย
ตรงหน้าเธอคือคนร่างยักษ์ผู้หนึ่งที่ถือดาบใหญ่ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า “กระบี่” ได้หรือไม่