ฟังดูแล้ว เท่ากับว่าสองคนนี้ออกมาตั้งแต่เช้าโดยไม่แตะต้องอาหารเลยสักนิด
ข้าเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“อีกเดี๋ยวตะวันก็จะตกแล้ว หยุดก่อนแล้วลงไปกินข้าวกันเถอะ”
“…อืม”
นัมกุงบีอาตอบรับอย่างว่าง่าย พร้อมเริ่มเก็บกระบี่ไม้ของนาง
กู่หลิงฮวาดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่พอเห็นนัมกุงบีอาเป็นฝ่ายพยักหน้าก่อน นางก็เลยไม่มีทางเลือก
พอเก็บของเสร็จ กู่หลิงฮวาก็หันไปโค้งให้ นัมกุงบีอา
“พี่… ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้”
“ไม่หรอก… ข้าเองก็สนุกเหมือนกัน”
ว่าจบ กู่หลิงฮวาก็สะบัดฝุ่นตามตัวเบา ๆ แล้วหันหลังจะเดินจากไป ข้าเลยเอื้อมมือไปคว้าไว้
“จะไปไหน”
“อย่ายุ่ง”
“เจ้าก็ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ข้าวเย็น—”
ข้าพยายามจะชวนให้นางไปกินข้าวด้วยกัน แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ต้องหยุดชะงัก เพราะจู่ๆ ไหล่ของกู่หลิงฮวาที่ข้ากำลังจับไว้กลับสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
ผัวะ!
กู่หลิงฮวาปัดมือข้าออกอย่างแรง
“อย่า… อย่าแตะข้า!”
นางมองข้าด้วยสายตาสั่นระรัว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายเข้าไปในพงไม้
ข้ายืนมองแผ่นหลังนางที่ลับหายไปอย่างเงียบงัน ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว
‘…ข้าอาจจะเข้าหาเร็วเกินไปหน่อย’
เวลาที่กู่หลิงฮวาใช้แบกรับสิ่งต่างๆ มันไม่เท่ากับข้า
ข้าเลยจับจังหวะระหว่างกันไม่ถูก
ข้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับ นัมกุงบีอา
“กลับกันเถอะ”