แม้สายตานางยังจับจ้องไปทางที่กู่หลิงฮวาวิ่งหนีไป แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่พยักหน้าแล้วเดินตามข้าลงจากเขา
เมื่อกลับถึงเรือน อาหารเย็นก็เตรียมไว้เรียบร้อย
วีซอลอา ยืนอยู่ด้วยสีหน้าภูมิใจเต็มเปี่ยม
นางบอกว่าวันนี้ย่างปลาเอง
“เพราะแบบนี้สินะ ถึงได้ไหม้ดำขนาดนี้…”
“แต่เขาบอกว่าส่วนนั้นอร่อยสุดเลยนะคะ!”
ไม่รู้สิ… ถึงจะบอกว่าอร่อย แต่ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกไม่มั่นใจเลย
ด้วยความไม่สบายใจ ข้าจึงลองคีบเนื้อปลานิดหน่อยมาชิมดู
น่าแปลก แม้รูปลักษณ์จะดูคล้ายอสูรมารสิงสถิตอยู่ แต่รสชาติก็ไม่เลวเลย
ข้าเผลอทำหน้าตกใจ วีซอลอาก็ยืดอกอย่างภูมิใจทันที
ท่าทางนั้นมันชวนให้อยากแกล้งขึ้นมาชะมัด
ระหว่างกินอยู่ ข้าก็หันไปถามนัมกุงบีอา ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นนี้
“ตกลงเมื่อกี้มันเรื่องอะไรน่ะ?”
“ก็แค่…”
คำตอบของนางเรียบง่าย
นางบอกว่าเมื่อเช้าไปหากู่หลิงฮวาเพราะรู้สึกผิดเรื่องเมื่อวาน
จากนั้นกู่หลิงฮวาก็ขอให้นางฝึกกระบี่ด้วยกัน นางเลยอยู่ฝึกให้
ตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยนะ
ถ้าเป็นกู่หลิงฮวาคงไม่น่าแปลกใจ
แต่คนที่ยอมฝึกให้อย่างต่อเนื่องแบบนั้น อย่างนัมกุงบีอานี่สิ ทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจมากกว่า
ในชาติก่อน นอกจากกระบี่อันแกร่งกล้าแล้ว นางไม่เคยสนใจใครเลยด้วยซ้ำ
“…พรุ่งนี้ก็…”
“หืม?”
“พรุ่งนี้…ข้าไปหานางอีกได้ไหม?”
นัมกุงบีอาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
นางหมายถึง กู่หลิงฮวาแน่นอน