แต่กับคนนี้ ดูเหมือนข้าจะยังต้องใช้เวลาอีกนาน
เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า กู่หลิงฮวาก็ยังไม่กลับเรือน
นางยังคงยืนฝึกกระบี่อยู่กลางลานฝึกเพียงลำพัง
ฉัวะ! ฉัวะ!
นางเหวี่ยงกระบี่ไม้อย่างต่อเนื่อง
แม้ลมยามค่ำจะเริ่มหนาวเย็นแล้วก็ตาม
“อึก…!”
ในที่สุดกู่หลิงฮวาก็ครางเบาๆ แล้วปล่อยกระบี่ตกลงบนพื้น
เมื่อนางหันไปมองมือของตนเอง
ก็พบว่าฝ่ามือที่กุมกระบี่อยู่นั้นถลอกจนเลือดซึม
“…เจ็บจัง”
หลายวันที่ผ่านมานี้ นางฝึกฝนอย่างไม่ลดละ แม้แต่เวลานอนก็ยังยอมลด
ร่างกายของนางดูเหมือนจะถึงขีดจำกัด
ถึงอย่างนั้น กู่หลิงฮวาก็แค่หยุดพักไปเพียงครู่
ก่อนจะโน้มตัวเก็บกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง…
กู่หลิงฮวาหยิบผ้าผืนหนึ่งที่เตรียมไว้ขึ้นมาพันมือ
แม้ยังเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยให้ดีขึ้นได้เล็กน้อย
นางหลับตาแล้วนึกถึงท่วงท่าที่นัมกุงบีอาเคยสอนในวันนี้
จังหวะก้าวอย่ากว้างเกินไป อย่าใส่แรงจากร่างกายมากเกินจำเป็น แต่ในจุดที่ต้องออกแรง ก็จงลงน้ำหนักอย่างมั่นคง
ฟังดูเหมือนเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุด แต่กลับเป็นหลักที่สำคัญที่สุดเช่นกัน
บางทีเพราะนางได้สัมผัสด้วยตนเองผ่านการประมือ จึงค่อยๆ เข้าใจความหมายเหล่านั้น
ตอนที่นัมกุงบีอาปรากฏตัวในตอนเช้า ใบหน้านางดูร้อนรนเหมือนไม่สบายใจ ในตอนนั้นกู่หลิงฮวายังไม่เข้าใจนักว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่พอนึกถึงท่าทีที่นางยอมฝึกซ้อมให้นางอย่างเต็มที่ ทั้งยังยอมฝึกให้ตามคำขออย่างไม่มีปริปากบ่น