[แล้วคนที่ไร้มารยาทมากที่สุดในยุทธภพอย่างเจ้าจะมาหา “กาลเทศะ” จากจานเนื้อเนี่ยนะ…? ช่างน่าท้อใจจริงๆ ]
‘…’
ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าคนผู้นี้เคยเป็นเจ้าสำนักฮวาซานจริงๆ หรือไม่…
ทุกครั้งที่เริ่มไว้ใจ ก็จะมีคำพูดเพี้ยนๆ หลุดออกมาให้คะแนนความน่าเชื่อถือของเขาตกฮวบลงทุกที
‘ใครจะบ้าไปย่างเนื้อกินกลางเรือนของสำนักเต๋ากันเล่า…’
ถึงจะคิดแบบนั้นเป็นร้อยครั้งพันครั้ง ข้าก็ยังรู้สึกว่า… มันคงเกินไปอยู่ดี
เมื่อพวกเรากินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนรับใช้ก็เข้ามาเก็บจานไป
“อาหารอร่อยมากขอรับ ขอบคุณมากนะขอรับคุณชายกู่”
“เจ้าว่าอร่อยก็ดีแล้วล่ะ”
พอมาคิดดูดีๆ ยองพุงก็คือคนที่มาขอข้าวกินแบบเต็มๆ
เมื่อสถานการณ์ออกมาต่างจากที่คาด เขาก็ดูจะรู้สึกเก้อเขินอยู่ไม่น้อย
“ไว้คราวหน้า… ข้าจะหาของอร่อยมาตอบแทนให้เองนะขอรับ!”
“ถ้าเจ้าสามารถออกนอกสำนักได้ล่ะก็…”
“…ครับ”
ข้ายิ้มขำเล็กน้อย
ดูไปดูมา ยองพุงก็เป็นคนที่มีนิสัยซื่อๆ อยู่มากเหมือนกัน
ตอนที่เคยได้ยินว่าคนผู้นี้คือ‘กระบี่มังกร’ข้าเคยคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนแข็งกร้าว เงียบขรึม
แต่เอาเข้าจริง… ทำไมกลับดูเป็นหนุ่มบ้านนอกใสซื่อแบบนี้ไปได้?
ระหว่างที่ข้ากำลังคิดเรื่องพรรค์นี้ พลางยกน้ำขึ้นดื่ม ยองพุงก็ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญจะพูดขึ้นมา
“คุณชาย…”
“ว่าไง?”
“ในเมื่อท่านรับประทานเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป… ท่านจะยอมประลองกับข้าสักรอบได้หรือไม่ขอรับ?”