“…ประลองงั้นหรือ?”
คำขอนั้นทำเอาข้าชะงักไปเล็กน้อย
ข้านึกว่าเขาจะชวนฝึกด้วยกันเฉยๆ แต่กลายเป็นว่าอยากประลอง
ข้าคิดว่า หลังจากแพ้ข้าไปคราวก่อน เขาน่าจะลังเลหรือหวาดๆ อยู่บ้าง
แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เลย
เขาดูสงบ ปกติ ไม่แสดงความกลัวหรือสั่นคลอนแม้แต่น้อย
…หรือว่าเจ้าหมอนี่จะก้าวข้ามมันไปหมดแล้ว?
ไม่เห็นมีวี่แววว่าถูกจิตมารเล่นงาน หรือจะมีความลังเลใดๆ เหลืออยู่เลย
‘…ประลองงั้นเหรอ’
ข้าลอบเหลือบมองแผลบนหลังมือที่ยังพันผ้าไว้อยู่
แม้จะยังมีผ้าพัน แต่แผลก็หายเกือบหมดแล้ว ต่อให้ประลองก็คงไม่เป็นปัญหา
แต่อีกใจก็ยังติดภาพของนัมกุงบีอาอยู่
ถ้านางรู้ว่าแค่แผลหาย ข้าก็รีบมาประลองกับยองพุงทันที… น่าจะมีปัญหา
“อยู่ๆ ก็อยากประลองขึ้นมา มีอะไรในใจหรือ?”
“…คือว่า อีกไม่นานจะมีงานประลองดอกเหมยใช่ไหมขอรับ?”
“อืม ใช่”
“ข้า… ได้รับคำสั่งจากอาจารย์อาให้เข้าร่วมในงานนี้ด้วยน่ะขอรับ”
“กับศิษย์รุ่นสองหรือ?”
ปกติศิษย์รุ่นสามไม่น่าจะประลองกับรุ่นสองตรงๆ ได้
เว้นแต่จะมีเหตุผลบางอย่าง… หรืออาจเป็นเพราะยองพุงอยู่ในตำแหน่งพิเศษ?
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการประลองวันนี้?”
“…ในช่วงเตรียมงาน จะมีข้อห้ามไม่ให้ศิษย์ประลองกันเองขอรับ”
มีข้อห้ามแบบนั้นด้วยเหรอ…
พอคิดดู ข้ามาอยู่ที่ฮวาซานได้สักพักแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นศิษย์ประลองกันเลยจริงๆ
“อืม แล้วเพราะแบบนั้น เจ้าถึงอยากประลองกับข้า?”