ข้าเองก็เตรียมจะขยับตัวอีกครั้ง เพราะคิดว่านางอาจจะหาเรื่องอีก
แต่แล้ว… เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
กู่หลิงฮวาก้มศีรษะให้กับนัมกุงบีอาอย่างลึก
“ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้”
แม้จะอยู่ในสภาพเปื้อนฝุ่นโคลน แต่ท่าทางของนางนั้นสง่างามและสำรวม
นัมกุงบีอามองดูนางอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือไปปัดเศษหญ้าที่ติดอยู่บนไหล่นางเบาๆ
กู่หลิงฮวาสะดุ้งน้อยๆ กับสัมผัสนั้น ก่อนจะรีบพูดต่อทันที
“…ที่พูดจาไม่ดีออกไปเมื่อครู่ ข้าขอโทษด้วย”
แล้วนางจะจ้องมองข้าเขม็งในตอนพูดทำไมกันนะ?
พอกู่หลิงฮวากล่าวขอโทษ นัมกุงบีอาก็เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย
“…ข้าก็ขอโทษเหมือนกัน”
อะไรเนี่ย?
อยู่ๆ พวกนางก็หันมาคืนดีกันเองเฉยเลย?
ในขณะที่ข้ากำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย กู่หลิงฮวาก็หันหลังแล้วรีบวิ่งพรวดออกไป
“จะไปไหน?”
“ไม่ต้องยุ่ง!”
ไม่รู้ว่าอะไรไม่ถูกใจนักหนา แต่ก็ยังไม่วายหันไปโค้งให้กับนัมกุงบีอาอีกหนึ่งครั้ง แล้ววิ่งตัวปลิวลงจากเขาไปทันที
ทั้งที่อุตส่าห์ช่วยไว้แท้ๆ …
“นางเป็นอะไรของนางเนี่ย…?”
ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ
หลังจากกู่หลิงฮวาจากไป นัมกุงบีอาก็เดินเข้ามาใกล้ สีหน้าเต็มไปด้วยความเก้อเขินอยู่บางๆ
“…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะฟาดจริงๆ หรอกนะ”
น้ำเสียงของนางเหมือนพยายามแก้ตัว ข้าจึงหลุดหัวเราะเบาๆ
“ข้ารู้”