ทั้งที่ในฐานะจอมยุทธ์แล้ว เรื่องแบบนี้ควรจะถือเป็นเรื่องใหญ่
…เป็นไปได้ยังไงกัน?
กู่หลิงฮวารู้สึกมึนงงอย่างช่วยไม่ได้กับคำชวนให้ประลองที่อีกฝ่ายเสนอขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นางเคยคิดว่าอีกฝ่ายอาจจงใจใช้การประลองเป็นข้ออ้างเพื่อสั่งสอนตนอย่างรุนแรง
แต่ดูแล้วก็ไม่ใช่แบบนั้น
โอกาสเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก กู่หลิงฮวาจึงตัดสินใจรับคำท้าโดยไม่ลังเลนานนัก
แล้วการประลองก็เริ่มต้นขึ้น
นางไล่ตามอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามเข้าประชิดแทบไม่หยุดพัก
แต่สุดท้าย กระบี่ของนางก็ไม่สามารถแม้แต่จะแตะชายเสื้อของนัมกุงบีอาได้เลย
ร่างกายของนางตอนนี้เต็มไปด้วยฝุ่นดินจากการกลิ้งไปตามพื้นอย่างไม่เป็นท่า แถมพลังลมปราณก็ใกล้หมดเต็มทีจนร่างสั่นเทา
กู่หลิงฮวามองนัมกุงบีอาด้วยสายตาเหนื่อยล้า
…ทำไมถึงแม้แต่ครั้งเดียวก็ยังแตะไม่โดน?
ระยะห่างของกระบี่อยู่แค่ปลายแขน แต่กลับดูห่างไกลราวกับฟ้ากับเหว
จนตอนนี้นางเริ่มสงสัยว่า อีกฝ่ายอาจตั้งใจเว้นระยะให้
…เพื่ออะไร?
ต้องการสั่งสอน?
จะบอกว่าตั้งใจถ่ายทอดอะไรให้นางงั้นหรือ?
แล้วทำไมต้องเป็นนาง?
ในขณะที่หายใจหอบหนัก กู่หลิงฮวาก็พยายามยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างเชื่องช้า
ส่วนอีกคน นัมกุงบีอายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม โดยไม่มีแม้แต่เหงื่อซักหยด ดูไม่ต่างจากเมื่อครู่ที่ร่ายกระบี่เลยสักนิด
หากเพ่งมองให้ดี สีหน้าของนางตอนนี้ออกจะดูเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ