พวกที่ถูกขับไล่จากสำนักเดิม มักจะไปเข้ากลุ่มใหม่เพื่อเอาตัวรอด
และแน่นอน พวกมันไม่มีทางกลับตัวเป็นคนดี
“และองค์กรที่พวกมันน่าจะเข้าร่วมมากที่สุดก็คือ…”
‘ตำหนักรัตติกาล’
เมื่อข้าคิดถึงจุดนี้ ข้าก็เห็นว่าทั้งราชินีกระบี่และเหล่าผู้อาวุโสของฮวาซานต่างขมวดคิ้ว
พวกเขากำลังคิดเรื่องเดียวกับข้า
หรือไม่ก็อาจเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับการหายตัวไปของศิษย์สำนักฮวาซานในช่วงที่ผ่านมา
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าว่าควรขยายขอบเขตการค้นหาออกไป”
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวขึ้นมา
ตอนนี้เรามีเงื่อนงำบางอย่างแล้ว การค้นหาพวกมันอาจได้ผล
แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย
“ท่านอาวุโส หากทำเช่นนั้น อาจทำให้เราสูญเสียศิษย์เพิ่มมากขึ้น”
“แล้วเจ้าจะให้เราหวาดกลัวจนไม่ทำอะไรเลยหรือ!? ศิษย์ของเราหายไปมากมายแล้ว!”
“แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น…”
“พอได้แล้ว”
—ฟู่ม!
กลิ่นดอกเหมยหอมกรุ่นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เพียงคำพูดสั้นๆ ของราชินีกระบี่แห่งฮวาซานก็สามารถปราบปรามบรรยากาศที่ร้อนระอุให้สงบลงได้ในทันที จากนั้นนางก็เปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนและพูดขึ้น
“มีคนภายนอกอยู่ที่นี่ด้วย ข้าเข้าใจดีว่าทุกท่านร้อนใจ แต่ขอให้ใจเย็นลงสักหน่อย”
“ขออภัยขอรับ”
“ขออภัย… ท่านเจ้าสำนัก”
ข้ายืนดูสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบๆ โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ได้พาดพิงถึงข้าเหมือนกับตอนที่ข้าพูดคุยกับราชินีกระบี่ครั้งก่อน