“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ได้ห่วง…!”
เสียงของนางดังจนข้าเริ่มรำคาญ ข้าจึงเลือกที่จะไม่สนใจและปล่อยให้คำพูดของนางผ่านหูไป
เมื่อไม่ได้เสียเวลาไปกับการฟังเสียงเจื้อยแจ้วของนาง ข้าจึงออกเดินทางกลับไปยังสำนักฮวาซานทันที
◇◆
เมื่อกลับมาถึงสำนักฮวาซานข้าก็ตรงเข้าไปหาเซียนดอกเหมยเพื่อรายงานสถานการณ์ทั้งหมด
ตอนแรกข้าคิดว่าเพียงแค่นำจดหมายส่งไปให้แล้วก็จบเรื่อง แต่พอพูดถึงเรื่องที่ข้าเพิ่งปลิดชีวิตคนไป สีหน้าของเขากลับแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย
“ข้าขอโทษด้วย”
สิ่งแรกที่เขากล่าวออกมา คือคำขอโทษ
ข้าบอกเขาว่าข้าไม่เป็นไร
โชคดีที่เขาไม่ได้ถามถึงเรื่องที่ข้าใช้พลังมากเกินไป เขาเพียงแค่ยืนยันเรื่องราวทั้งหมดและส่งจอมยุทธ์ไปจัดการกับสถานการณ์
ทว่า แม้จะดำเนินการไปแล้ว สีหน้าของเซียนดอกเหมยก็ยังคงเคร่งขรึม
“…ต้องเพิ่มการตรวจตราให้ละเอียดกว่านี้เสียแล้ว”
การที่พวกมันกล้าเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ รวมถึงการที่หนึ่งในพวกมันหนีไปได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม
นอกจากนี้ ยังมีเพียงไม่กี่คนในสำนักฮวาซานเท่านั้นที่รู้ว่าหมอเทวดากำลังรักษาราชินีกระบี่อยู่
ข้าเป็นบุคคลภายนอกที่มารับรู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ นั่นหมายความว่าหากเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ย่อมต้องเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก แต่ดูเหมือนเซียนดอกเหมยจะไม่ได้คิดเช่นนั้น
ทั้งที่ในช่วงนี้ ยังมีจอมยุทธ์ของสำนักฮวาซานหายตัวไปทีละคน ๆ