ม่านพลังที่ไม่ใช่ค่ายกลธรรมดา แต่สามารถแยกแยะผู้ที่มีพลังของฮวาซานได้ ข้าคงต้องยอมรับแล้วว่าความสามารถของเซียนดอกเหมยนั้นสูงส่งกว่าที่คิด
ยิ่งข้าเดินเข้าใกล้กระท่อม กลิ่นหอมของอาหารก็เริ่มลอยมาแตะจมูก
“กำลังเตรียมอาหารอยู่งั้นรึ?”
เมื่อเดินไปถึง ข้าเห็นกู่หลิงฮวากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หน้ากระท่อม
“เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ?”
ข้าถามออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรนัก
กู่หลิงฮวาหันมามองข้าทันที ก่อนจะแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
“เจ้ามาที่นี่อีกทำไม?”
“เซียนดอกเหมยให้ข้านำของบางอย่างมาให้”
“แล้วทำไมต้องเป็นเจ้าด้วย?”
“นั่นสิ ข้าก็สงสัยเหมือนกัน”
ดูเหมือนนางจะประหลาดใจที่ข้ามาทำธุระแทนศิษย์ของฮวาซาน
แต่ข้าก็แปลกใจเช่นกัน…
ใครจะไปคิดว่าแค่ขนมชิ้นเดียวจะทำให้ข้าถูกใช้งานได้ถึงเพียงนี้
ข้าหันไปมองด้านหลัง เห็นจูกัดฮยอกกำลังขะมักเขม้นหั่นอะไรบางอย่าง
เมื่อสายตาของข้าสบกับเขา เขาก็พยักหน้าให้เล็กน้อย เป็นการทักทายที่เงียบเชียบ
“…แล้วเขากำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”
“ไม่เห็นรึ? กำลังทำอาหารไง”
“เขาทำอาหารเป็นด้วยหรือ?”
ข้าตั้งคำถาม แต่พอมองไปที่มือของจูกัดฮยอกที่กำลังหั่นหัวหอมอย่างคล่องแคล่ว ข้าก็ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่ฝีมือธรรมดา
“…ทำได้ดีเกินคาด”
กู่หลิงฮวาที่พูดเช่นนั้นดูจะไม่สบอารมณ์อยู่หน่อย ๆ
ข้าสงสัยว่านางเป็นอะไรไป
“แล้วหมอเทวดาอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ข้างใน… กำลังตรวจอาการของอาจารย์ข้า”
“เข้าใจแล้ว”