“…นี่เป็นฝีมือของเซียนดอกเหมยงั้นรึ?”
แม้จะยังไม่แน่ใจ แต่ในบรรดาจอมยุทธ์ที่อยู่ในมณฑลส่านซี คนที่สามารถสร้างม่านพลังระดับนี้ได้ มีเพียงเซียนดอกเหมยเท่านั้น
แม้แต่หัวหน้าสาขาที่เป็นเหมือนปีศาจในคราบมนุษย์ ก็คงยังทำเช่นนี้ไม่ได้
“เหมือนจะเจออะไรบางอย่างเข้าแล้ว…”
แต่คำถามคือบุคคลที่พวกเขากำลังตามหาอยู่ภายในนี้จริงหรือไม่?
‘คงต้องกลับไปรายงานก่อน’
ม่านพลังนี้แข็งแกร่งเกินไป หากรีบร้อนทำอะไรลงไป อาจทำให้สำนักฮวาซานจับตาพวกเขาได้
“กลับกันเถอะ”
สิ้นคำสั่ง ชายร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังก็ถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย
“จะกลับแล้วหรือ…?”
กรอด!
ชายที่เป็นหัวหน้าขบเคี้ยวฟันแน่น เขารู้ดีว่าเจ้าหมูตัวนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเสียดาย…
“มีปัญหาอะไรหรือทูซอม?”
“…เด็กคนนั้น นางหน้าตาดี ข้าขอลองสักครั้งก่อนไม่ได้หรือหัวหน้า?”
สิ้นคำพูดนั้น คิ้วของหัวหน้าขมวดเข้าหากันทันที
“ไอ้เวรนี่… ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าก่อปัญหาสิ้นคิด?”
แม้จะถูกด่า ทูซอมก็ยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเสียดาย…
“ก็แค่… ข้าห่างหายจากรสชาตินี้ไปนานเกินไปเท่านั้นเอง… หัวหน้าเองก็น่าจะลองสนุกดูบ้างนะ”
“หยุดพูดอะไรน่าขยะแขยงได้แล้ว ไอ้เวรนี่… เด็กที่ร่างกายยังโตไม่เต็มที่ เจ้าจะเอาอะไรไปสนุกกัน?”
“ว่าแต่นางสวมชุดของฮวาซาน ถ้าเราจับตัวไปส่งให้หัวหน้าสาขาท่านก็คงจะพอใจมิใช่หรือ?”