บางทีอาจเป็นเพราะร่างกายข้าร้อนตลอดเวลาจากพลังลมปราณที่ไหลเวียนอยู่
แต่น่าแปลก—แม้ใบหน้าของนางจะเย็น แต่สัมผัสจากมือที่กอบกุมมือข้านั้นกลับอบอุ่นกว่าที่ข้าคิด
อารมณ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในดวงตาของนาง ทำให้แม้แต่ข้าที่พยายามมองข้ามก็ยังเผลอหวั่นไหว
ขณะที่นางแนบแก้มเข้ากับฝ่ามือของข้า นางกระซิบเสียงเบา
“…นอนด้วยกันเถอะ”
ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงจางๆ
ข้ามองดูดวงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
ข้าผ่านวันอันแสนวุ่นวายมาทั้งวัน—วิ่งไปทั่ว ถูกพายุแห่งโชคชะตากระหน่ำใส่จนแทบตั้งตัวไม่ติด
ร่างกายของข้าล้าเกินกว่าจะขยับได้อีก
ทว่า…นี่เป็นค่ำคืนที่ข้าหลับไม่ลง
แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง สาดลงบนเรือนผมของนัมกุงบีอาที่กำลังหลับใหล
ข้าจ้องมองใบหน้าของนางเงียบๆ
[นางหลับเร็วกว่าที่คิดนะ]
เสียงของตาแก่ชิน ดังขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
ข้าหัวเราะเบาๆ
‘ท่านไปไหนมา?’
[ข้าจะไปที่ไหนได้ ข้าแค่แอบงีบไปเท่านั้นเอง]
‘หลับสบายดีหรือไม่?’
[แน่นอน ข้าหลับได้ดีมาก]
ข้ารู้ดีว่าตาแก่ชินไม่ได้นอนจริงๆ และก็ไม่ได้หายไปไหน
เขาแค่เลือกที่จะเงียบอยู่เฉยๆ เท่านั้น
ข้าจึงไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกขอบคุณเขาหรือรู้สึกเอือมระอากับเขาดี…
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลุมเครือ ตาแก่ชินก็รู้จักถอยออกไปเงียบๆ อย่างรู้จังหวะ
แต่สิ่งที่เขาหวังว่าจะเกิดขึ้น—กลับไม่มีแม้แต่น้อย
แน่นอนอยู่แล้ว