หากกระบี่ราชินีเคยไปเยือนตระกูลกู่เมื่อสี่ปีก่อน ข้าก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมกู่หลิงฮวาจึงออกจากตระกูลมาเข้าฮวาซานในอีกหนึ่งปีให้หลัง
หากเป็นคำขอของกระบี่ราชินี บิดาหรือเหล่าผู้อาวุโสคงไม่ขัดข้อง กระนั้นข้าก็ยังคงคิดว่าเป็นเพราะการมีอยู่ของข้าจึงทำให้พวกเขาตัดสินใจง่ายขึ้น
“เจ้าช่างคล้ายกับชอนฮีเหลือเกิน”
ข้าหัวเราะในใจ
นั่นเป็นคำพูดที่ข้าไม่เห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย
“เท่าที่ข้าจำได้ มารดาของข้ามิได้มีใบหน้าดุดันเช่นข้า”
“รูปลักษณ์ภายนอกอาจแตกต่างกันบ้าง แต่เจ้ากลับมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับนางมาก… โดยเฉพาะบรรยากาศที่เจ้ามี”
[อย่างน้อยนางก็ไม่ได้ปฏิเสธว่ารูปลักษณ์ของเจ้าดุดันจริง ๆ]
‘ตาแก่ชิน… ท่านจำเป็นต้องพูดเช่นนั้นหรือไม่’
“บรรยากาศ” ที่เหมือนกันอย่างนั้นหรือ?
ข้าพยายามจะทำความเข้าใจสิ่งที่กระบี่ราชินีกล่าว ทว่า…
ความทรงจำของข้าเกี่ยวกับมารดานั้นเลือนรางเกินไป สิ่งเดียวที่ข้าจดจำได้ชัดเจนก็คือความอบอุ่นของนาง
เพียงเท่านั้น
ขณะที่ข้ากำลังจมลึกลงในห้วงความคิด มีบางสิ่งถูกยื่นมาตรงหน้า ข้าหันไปมองโดยสัญชาตญาณ
…เป็นจูกัดฮยอก
ข้าสะดุ้งโดยไม่รู้ตัว
‘อะไรของมัน?’
ผ้าผืนหนึ่ง? ให้ข้าเช็ดอะไร?
“อะไร?”
แม้ข้าจะถาม แต่จูกัดฮยอกก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่จ้องมองข้าด้วยสายตาเรียบเฉย
ก่อนหน้านี้กู่หลิงฮวาเรียกเขาว่าคนใบ้ ข้าเองก็ได้ยินมาแล้ว