ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง เซียนดอกเหมยดูอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า! เจ้าคิดว่าข้าเป็นของปลอมหรือ?”
“หาไม่ แม้ว่าข้ายังอ่อนด้อยนัก แต่ข้าก็มิได้สงสัยในตัวท่าน เซียนดอกเหมยคือยอดฝีมือผู้บรรลุสู่ขอบเขตสูงสุด ซึ่งข้ามิอาจคาดเดาได้”
หากเป็นบุคคลอื่น ข้าอาจยังลังเล แต่เซียนดอกเหมยผู้นี้…
แม้แต่ตอนที่อยู่นิ่งเฉยก็ยังมีกลิ่นอายดอกเหมยลอยคลุ้งไปทั่ว ร่างกายข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่สั่นไหวอยู่ภายใน อีกทั้งบรรยากาศรอบกายเขานั้นสูงส่งจนมิอาจหยั่งถึง
ข้ามิได้สงสัยในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเช่นนั้น?” เซียนดอกเหมยเอ่ยถาม
“แต่ข้ามีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ข้ากู่หยางชอน ตัวแทนจากตระกูลกู่ซานซี ได้รับมอบหมายให้ส่งวัตถุวิเศษนี้ให้แก่สำนักฮวาซานโดยตรง”
ขณะกล่าวประโยคนี้ ข้ารู้สึกได้ว่าลำคอแห้งผาก
ต้องมาเจรจากับบุคคลระดับนี้ตั้งแต่เช้า มันช่างทำให้ข้าขนลุกจริง ๆ
[ถ้าเจ้ารู้สึกกลัวนัก ก็มอบให้ไปเลยไม่ใช่หรือ?]
‘อย่าพูดจาไร้สาระ ข้าไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว นี่เป็นเกมที่ถูกวางหมากไว้ตั้งแต่แรก’
[ช่างเป็นเด็กที่เฉียบแหลมเสียจริง น่าเสียดายที่ความฉลาดเช่นนี้ไม่ได้นำไปใช้ในเรื่องอื่น]
…แล้วใครกันจะไปคาดคิดว่าต้องตื่นขึ้นมาเจอเรื่องแบบนี้?
เซียนดอกเหมยมิได้กล่าวอะไรต่อ เพียงแต่มองข้าด้วยแววตานิ่งสงบ ราวกับรอให้ข้าพูดต่อจนจบ
ข้าจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง