“…โอ้…”
เซียนดอกเหมยเปล่งเสียงแผ่วเบา ราวกับชื่นชม
แม้จะพอรับมือกับแรงกดดันได้บ้าง แต่เสียงของข้ายังคงแหบแห้ง
“ข้าคิดว่าท่านคงไม่ทำเช่นนั้น”
“เพราะเหตุใด?”
ครืนนน!
ยังไม่ทันได้ตอบ แรงกดดันมหาศาลกว่าก่อนหน้าก็ถาโถมลงมาอีกระลอก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!
ถามแล้วไม่ให้โอกาสตอบเนี่ยนะ?!
“อึก…!”
ข้ากัดฟันแน่น ขับเคลื่อนพลังปราณให้พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
[อย่าหักโหมเกินไป มันอาจจะควบคุมไม่ได้อีก!]
‘ข้ารู้ดีอยู่แล้ว…!’
ไอร้อนสีแดงแผ่ออกมาจากไหล่ของข้า
ข้าเลือกจะอัดพลังเพลิงไว้ภายในร่าง แทนที่จะปล่อยมันออกมาโดยไม่จำเป็น
แม้ว่าความร้อนนี้จะไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันมากนัก แต่ก็ทำให้ข้าสามารถพูดจาได้เป็นปกติมากขึ้น
“ข้ากล่าวไปแล้วว่ามั่นใจว่าท่านคือเจ้าสำนักฮวาซาน”
แววตาของเซียนดอกเหมยเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย
“แม้เจ้าจะมั่นใจ แต่หากข้าไม่พอใจกับการกระทำของเจ้า แล้วใช้พลังแย่งวัตถุไป เจ้าจะทำอย่างไร?”
“หากเป็นเช่นนั้น ก็สุดแล้วแต่จะเกิดขึ้นขอรับ ข้าเชื่อว่าตนเองคงไม่ถึงตาย… เพียงแค่กลับไปอธิบายเรื่องราวให้ตระกูลฟังก็เท่านั้น”
“ฮ่าๆๆ… เจ้าช่างไม่ค่อยคิดเรื่องผลกระทบที่จะตามมาเลยจริง ๆ สมกับเป็นลูกหลานของกู่รยอน”
…อะไรน่ะ?
‘นี่เป็นคำพูดที่ข้าไม่อยากได้ยินที่สุดในปีนี้เลย…’
ข้าพยายามกลั้นความรู้สึกขุ่นเคือง ก่อนจะฉีกยิ้มออกไปอย่างเสียไม่ได้