[…อะไรน่ะ? สีหน้าประหลาดของเจ้าคืออะไรกัน?]
‘…’
ทันใดนั้นเอง ลมปราณอันหนักอึ้งที่ปกคลุมทั่วห้องก็จางหายไปในพริบตา
“อยู่ข้างนอกหรือไม่?”
สิ้นเสียงของเซียนดอกเหมย ประตูก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นบุคคลที่ยืนอยู่นอกห้อง
ชินฮยอน
เขาคือศิษย์ของฮวาซานที่กลับไปยังสำนักเมื่อคืนนี้ แต่ตอนนี้กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
“ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก”
…นี่เขาเรียกคนมาแบบนี้เลยรึ?
รู้หรือไม่ว่านี่เป็นห้องของข้า?
“แจ้งแก่เหล่าผู้อาวุโส ว่าเมื่อแขกจากตระกูลกู่เตรียมพร้อมแล้ว จะขึ้นไปยังสำนัก”
“รับทราบขอรับ”
ชินฮยอนรับคำสั่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เซียนดอกเหมยมองข้าที่กำลังหอบเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนจะกล่าวขึ้น
“กู่รยอนเคยพูดถึงเจ้ากับข้าอยู่หลายครั้ง”
“ท่านผู้อาวุโสสองหรือขอรับ?”
“ใช่แล้ว บ่นนักบ่นหนาว่าเจ้านี่ก่อเรื่องไม่หยุด จนทำให้เขาปวดหัว”
“…ฮะ ๆ”
ตาแก่บ้านั่น…
เขาไปพูดถึงข้าเสียขนาดไหนกันแน่?!
“แต่ช่วงหลังๆ เจ้านั่นกลับเริ่มเขียนจดหมายยาวเหยียดไปทั่ว คุยโวว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“…คุยโวเรื่องข้าหรือขอรับ?”
“ถูกต้อง แก่มากแล้วยังไม่รู้จักสำรวมเลย”
“…อะแฮ่ม”
เซียนดอกเหมยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ข้าต้องขออภัย เจ้าเพิ่งเดินทางมาแท้ๆ ข้ายังมาทำให้วุ่นวายอีก”
ข้ากระแอมเบาๆ เพื่อเรียบเรียงคำพูดของตน ก่อนจะกล่าวอย่างสำรวม