“ข้ารู้ว่าตัวข้านั้นยังด้อยปัญญานัก แม้ข้าจะไม่เข้าใจเหตุผลที่ท่านทำเช่นนั้นกับข้า แต่ข้ารับรู้ได้ว่าท่านต้องการสั่งสอนข้า”
[โอ้! โอ้!]
เงียบเสียทีเถอะ!
ข้าถึงกับหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่สบอารมณ์
“…สหายน้อย?”
ดูเหมือนสีหน้าของข้าทำให้ยองพุง เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไรผิดหรือไม่
แต่บอกตามตรง ข้าไม่ได้มีเจตนาจะช่วยสั่งสอนเขาเสียหน่อย แค่จะทำให้เขารู้ว่ากำแพงที่เขาคิดว่าตัวเองอยู่สูงแค่ไหน มันก็ยังมีคนที่อยู่สูงกว่าเขาแค่นั้นเอง
แต่ทำไมกัน?
แค่คืนเดียว เขากลับมายืนตรงนี้พร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไป
…ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้ารู้สึกขัดใจ
ข้ารู้ว่าแม้ตอนนี้เขาจะเข้าใจบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถก้าวข้ามกำแพงของตัวเองได้อย่างแท้จริงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ดูมั่นคงขึ้นกว่าก่อน
และนั่นทำให้ข้าหงุดหงิด
…ข้ารู้สึกอิจฉา
ใครบางคนต้องดิ้นรนแทบตาย…กระทั่งตายไปแล้วก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งนี้มา
แต่เขาแค่โดนข้าซัดไปไม่กี่หมัด กลับสามารถเข้าใจอะไรบางอย่างได้ในเวลาเพียงวันเดียว?
มันจะไม่ทำให้ข้าหงุดหงิดได้อย่างไร?
[เจ้าหนู]
‘…อะไร’
[เจ้านี่มันใจแคบเสียจริง หยุดคิดเล็กคิดน้อยเสียที]
‘…’
ชิ!
ข้ากลั้นอารมณ์และถอนหายใจ ก่อนจะพูดกับยองพุง ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น… แต่หากเจ้าสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมันได้ ก็คงเป็นเรื่องดี”