แม้ว่าจะยังดูงุนงงอยู่บ้างยองพุง ก็ตอบคำถามข้าในที่สุด
“เจ้าสำนักคนปัจจุบันคือเจ้าสำนักรุ่นที่ 16”
และสุดท้ายยองพุง ก็บอกว่าคำถามนี้จะไม่นับเป็นคำขอ ดังนั้นข้ายังสามารถขอให้เขาช่วยเรื่องอื่นได้ในภายหลัง
ข้าเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว
หลังจากจบการประลองกับยองพุง สิ่งที่ข้ารู้สึกไม่สบายใจที่สุดก็คือ ศิษย์ของสำนักฮวาซานพากันจับจ้องข้าด้วยสายตาที่ร้อนแรงเกินไป
ยองพุง ไม่ได้เป็นเพียงจอมยุทธ์อัจฉริยะของสำนักฮวาซานเท่านั้น แต่เขายังเป็นยอดกระบี่ดอกเหมยอีกด้วย
ดังนั้น… เมื่อข้าจัดการเขาอย่างราบคาบ มันย่อมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนของฮวาซาน
ที่สำคัญ
ข้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ภายนอกดูเหมือนยังไม่ได้ฝึกยุทธ์มานานนัก แต่กลับสามารถบดขยี้หนึ่งในจอมยุทธ์ชั้นแนวหน้าของฮวาซานได้ง่ายดาย
ไม่แปลกที่พวกเขาจะตกตะลึง
“ได้ยินว่าศิษย์พี่ยองพุง ถูกอัดลงไปนอนกองกับพื้น? เจ้าหนุ่มตัวเล็ก ๆ คนนั้นเป็นคนทำอย่างนั้น?”
“ข้าเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน มันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ได้ยินมาว่าแขนของศิษย์พี่ยองพุงหักด้วยนะ”
“ไม่ใช่แค่แขน ข้าได้ยินมาว่าขาหักด้วย!”
“แต่ข้าเพิ่งเห็นศิษย์พี่ยองพุง เดินอยู่เมื่อครู่นี้นะ?”
“งั้นหรือ? อืม… ก็แล้วแต่จะคิด”
“…เจ้าไม่ได้ดูการประลองเลยใช่หรือไม่?”
ข่าวลือเริ่มจะเกินจริงไปทุกทีแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้คงซาไปเองในไม่ช้า