ต้องขอบคุณการนำทางของศิษย์ฮวาซาน การเดินทางครั้งนี้จึงสะดวกขึ้นไม่น้อย
และก็เป็นเช่นที่เขาว่า หลังจากเดินมาได้ราวหนึ่งชั่วยาม หุบเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี อีกไม่นานคงถึงเวลาค่ำ พวกเราจึงตัดสินใจหยุดเดินทางและเตรียมตั้งค่ายพักแรม
“สหายน้อย”
ขณะที่ข้านั่งอยู่ริมลำธารเคียงข้างวีซอลอา กินซาลาเปาไปพลาง จู่ๆ ยองพุงก็เดินเข้ามาหา
“หืม”
สิ่งหนึ่งที่ข้าพึ่งค้นพบในช่วงไม่กี่วันมานี้คือ มังกรกระบี่เป็นคนพูดมาก
พูดให้ชัดขึ้นก็คือ คล้ายกับเผิงอูจินที่พูดมากจนน่ารำคาญ
…ข้าชักจะไม่ชอบแล้วสิ?
แต่คำพูดของยองพุงที่ส่งมาถึงข้านั้นกลับเหนือความคาดหมายไปมาก
“หากไปถึงมณฑลส่านซีแล้ว มาทานข้าวด้วยกันสักมื้อดีหรือไม่?”
“อยู่ๆ ไยจึงพูดขึ้นมาเช่นนี้?”
“ข้าแทบไม่เคยพบจอมยุทธ์รุ่นหลังที่อายุไล่เลี่ยกันมาก่อน จึงรู้สึกยินดีเป็นพิเศษ”
พอมองไปที่ใบหน้าของเขา ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีเจตนาอะไรเป็นพิเศษ…
แต่คนที่มีท่าทางซื่อตรงเช่นนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่เสมอ
ข้าจึงไม่อาจวางใจได้ง่ายๆ
“ข้าไม่แน่ใจว่าสหายน้อยจะชอบหรือไม่ แต่ที่ส่านซีมีร้านซาลาเปาที่อร่อยที่สุด”
“ลองไปด้วยกันสักครั้งเถอะ”
…เป็นคนดีจริงๆ สินะ
[…เจ้านี่มันบ้าไปแล้วแน่ๆ ]
“ว่าแต่ไม่เคยพบจอมยุทธ์รุ่นหลังมาก่อนเลยหรือ?”
“ก็เคยพบอยู่บ้าง แต่ไม่เคยสนิทสนมกันเป็นพิเศษ พวกเขาล้วนมีขอบเขตของตนเองอย่างชัดเจน”