ถ้าหากเป็นจอมยุทธ์รุ่นหลังที่ยองพุงเคยพบ ก็คงเป็นห้ามังกรสามฟีนิกซ์ เป็นแน่
พวกที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด มักจะวางตัวชัดเจนและไม่สุงสิงกับใคร
[ข้ารู้สึกได้ถึงความหดหู่ของคนที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือเลย]
‘ช่วยเงียบสักครู่ไม่ได้หรือ?’
[จากที่ข้ามองดู เจ้าเองก็อยู่ในขอบเขตที่คนวัยเดียวกันไม่ควรไปถึงได้ง่ายๆ เช่นกัน เจ้ายังมีอะไรให้ไม่พอใจกันอีก?]
ตามที่ตาแก่ชินว่า หากไม่นับเรื่องการย้อนเวลากับโชควาสนาแล้ว ข้าก็ดูเหนือกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปมาก แต่พอข้านึกถึงเรื่องการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง เขากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
‘ดูเหมือนว่าเขาจะอ่านใจข้าไม่ได้ในส่วนนี้สินะ?’
ปกติเขาไวต่อเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองนัก แต่เรื่องนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ ถือว่าเป็นโชคดีของข้า เพราะข้าเองก็ไม่อยากพูดถึงมัน
ขณะที่ข้ากำลังจัดระเบียบความคิด ยองพุงก็พูดต่อ
“อย่างไรเสีย ท่านก็เป็นครอบครัวของอาจารย์อาหญิงด้วย…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ข้าก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเคยสงสัยเรื่องหนึ่ง
ทำไมยองพุงถึงเรียกน้องสาวของเขาว่า อาจารย์อาหญิง?
พวกเขาไม่ได้เป็นศิษย์สามรุ่นเดียวกันหรือ?
ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะถามพอดี ข้าจึงเอ่ยปาก
“ท่านยองพุง…?”
“สหายน้อย ในเมื่อเราสนิทกันแล้ว ข้าขอร้องอะไรสักอย่างได้หรือไม่?”
ก่อนที่ข้าจะได้พูดจบ คำพูดของยองพุงก็ดังแทรกขึ้นมา
‘สนิทกันแล้ว…?’
เราสนิทกันขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน?