อัตราการพยายามตีสนิทของยองพุงนั้นรวดเร็วเสียจนข้าตามไม่ทัน แม้ว่าข้าอยากจะรักษาระยะห่างอยู่สักหน่อยก็ตาม
“…อยู่ๆ จะมาขอร้องอะไรหรือ?”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก…”
ข้าสังเกตเห็นว่าเขากำลังเกาเส้นผมด้านหลังด้วยท่าทางประหม่า
อะไรบางอย่างที่เขาจะขอร้อง ดูท่าว่าจะไม่น่าธรรมดาเสียแล้ว…
การที่คนหน้าตาดีอย่างเขามาทำท่าทางแบบนี้ มันดูเข้ากันเสียจนข้ารู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก
ยองพุงลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนคนที่รวบรวมความกล้าอย่างสุดชีวิต
“…สหายน้อย มาประลองกับข้าหน่อยดีหรือไม่?”
“ไม่”
คำพูดของเขาโพล่งออกมาอย่างกะทันหัน ส่วนข้าก็ตอบกลับไปตามสัญชาตญาณทันที
แล้วความงุนงงก็ตามมาในภายหลัง
ก่อนหน้านี้ยังชวนไปกินข้าวอยู่แท้ๆ ไยอยู่ๆถึงได้มาขอประลองกันดื้อๆ เช่นนี้?
แต่สิ่งที่ทำให้ข้าอึ้งกว่า คือปฏิกิริยาของยองพุง
“หืม? ทำไมเล่า?”
‘อะไรของเจ้า…?’
เขาทำหน้าตาไร้เดียงสาเสียจนดูจริงใจเหลือเกิน เหมือนกับว่าไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมข้าถึงปฏิเสธ นั่นแหละที่ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกตลกไม่ออก
“อยู่ๆ จะมาขอประลองกันทำไม?”
“ข้าได้ยินมาว่าหากต้องการสนิทสนมกัน ก็ต้องแลกหมัดกันก่อน ไม่ใช่หรือ?”
“…ใครบอกเรื่องบ้าบอเช่นนี้?”
“ท่านบรรพจารย์แห่งฮวาซานกล่าวไว้”
“…..”
[แค่ก…! แค่กๆๆ!!]
สิ่งที่ยองพุงพูด ทำให้ตาแก่ชินถึงกับสำลักอากาศ
…ว่าไงนะ?