หากจะมีสิ่งใดที่น่าเสียดาย ก็คงเป็นสภาพร่างกายที่อ่อนแอของตนเอง หากได้พบกันเร็วกว่านี้ นางคงสามารถถ่ายทอดวิชาและสิ่งต่างๆ ให้แก่ศิษย์ได้มากกว่านี้
เวลา… ช่างโหดร้ายเสมอ
แต่สิ่งเดียวที่นางปรารถนา คือขอให้ศิษย์ของตนไม่ต้องเสียน้ำตา ขอให้ศิษย์ได้พบกับความสุข ท่ามกลางโลกที่แสนสับสนวุ่นวายนี้
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเหนือสำนักฮวาซาน
ราชินีกระบี่ดอกเหมย เพียงแค่ลูบศีรษะของศิษย์ด้วยความอ่อนโยน
◇◆
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้น
กรรรร!
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายทำให้ฝูงนกที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้บินหนีไปด้วยความตื่นตระหนก
รอบด้านเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่แผ่กระจาย นัมกุงบีอา ค่อยๆ ปรับลมหายใจและรวบรวมพลังของนางกลับมา
นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูร?
นางเคยนับอยู่ช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลิกนับไป
ตั้งแต่ที่ออกเดินทางจากซานซี นางก็ไม่เคยหยุดพัก
เมื่อต้องวิ่งเป็นเวลานานเช่นนี้ บางครั้งนางก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
“ข้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?”
แต่ถึงกระนั้น…
ความคิดที่จะย้อนกลับไปไม่เคยแวบเข้ามาในใจของนางเลย
เพราะนางได้รู้จักกับ “ที่ที่ดีกว่า” แล้ว
นัมกุงบีอา อาศัยเพียงสัญชาตญาณเพื่อนำทางตนเอง
พูดให้ถูกกว่านั้น… นางกำลังเดินไปในทิศทางที่มีกลิ่นเหม็นน้อยที่สุด และเพราะเหตุนั้น นางจึงหลงทางอยู่บ่อยครั้ง