น้ำเสียงของข้าแฝงไปด้วยความไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว เพราะข้าถูกปลุกจากการนอนหลับอย่างกะทันหัน
เมื่อออกไปข้างนอกด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ข้าก็พบว่าเบื้องหน้าขององครักษ์ของข้ามีใครบางคนยืนขวางอยู่
“…อะไรเนี่ย”
ข้ากำลังจะถามสถานการณ์ แต่คำพูดกลับหยุดลงทันทีเมื่อได้เห็นเสื้อผ้าของชายผู้นั้น
ชุดขาวสะอาดปักลวดลายกลีบดอกเหมยสีแดง กระบี่ที่ห้อยอยู่ตรงเอวมีลวดลายดอกเหมยประดับอยู่
มีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่บุรุษในชุดเช่นนี้สังกัดอยู่ …สำนักที่ข้ากับมารสวรรค์เคยร่วมมือกันทำลายล้างไปในอดีต
“ต้องขออภัยที่ข้าต้องเสียมารยาทเช่นนี้ ข้ามีเรื่องอยากสอบถามเล็กน้อย”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวลเข้ากับภาพลักษณ์ของเขา
ใบหน้าคุ้นเคย น้ำเสียงที่เคยได้ยินมาก่อน
ไม่ผิดแน่—
คนที่ข้าเคยเป็นผู้ลงมือสังหารกับมือเอง… ผู้ที่เป็นปรมาจารย์กระบี่คนสุดท้ายของฮวาซาน
“ข้ามีนามว่ายองพุง แห่งสำนักฮวาซาน”
บุรุษที่ปัจจุบันได้รับสมญานามว่า มังกรกระบี่ดอกเหมย
“จอมยุทธ์แห่งฮวาซานกล้าทำเรื่องอันตรายเช่นนี้ได้อย่างนั้นหรือ?”
มูยอนกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ ข้าเดาว่าอีกฝ่ายคงจะจงใจขวางเกวียนของพวกเราอย่างกะทันหัน
โดยปกติ ข้าเองควรเป็นฝ่ายสอบถามเรื่องนี้ แต่เพราะข้ายังตั้งสติไม่ทัน มูยอนจึงก้าวขึ้นมาจัดการแทน
ได้ยินเช่นนั้น ยองพุงมีสีหน้าลำบากใจ รีบโค้งตัวขอโทษ