เมื่อแน่ใจว่าผู้อาวุโสสองเพียงแค่แกล้งหยอกข้า ข้าก็หลุดหัวเราะออกมา
“เฮ้อ… ท่านเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไร ถึงเล่นมุกแบบนี้ ข้าน่ะไม่หลงเชื่อเรื่องพรรค์นี้ง่ายๆ หรอกนะ”
พูดจบ ข้าก็สะบัดมือคลี่ผ้าที่ห่อหุ้มสิ่งของที่ผู้อาวุโสสองส่งมาให้ ด้วยความมั่นใจว่าไม่มีทางเป็นของจริง
ทว่า—
ทันทีที่ผ้าคลี่ออก กลิ่นหอมของดอกเหมยก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ…
กลิ่นหอมละมุนแผ่วเบาราวกับกระแสลมอ่อน
ข้าก้มลงมองมือที่ถืออยู่ เพราะรู้สึกถึงพลังแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือศิลาเม็ดหนึ่งที่เปล่งแสงออกมา
ทันทีที่เห็น ข้าก็รีบใช้ผ้าคลุมมันไว้ดังเดิม
‘…ซวยแล้ว นี่มันของจริงชัดๆ เลยไม่ใช่รึ!?’
มีหินก้อนใดในโลกที่เปล่งแสงและส่งกลิ่นหอมได้ หากมิใช่สมบัติวิเศษ?
“ท่านจะให้ข้าถือสมบัติล้ำค่าขนาดนี้ด้วยผ้าห่อราคาถูกแบบนี้จริงๆ หรือ!?”
“เฮอะ! ตอนที่ท่านเจ้าสำนักมอบให้ข้าก็เป็นเช่นนี้ แล้วเหตุใดเจ้าถึงพาลโกรธข้าเล่า?”
“ไม่สิ… แล้วท่านเจ้าสำนักเอาของล้ำค่าเช่นนี้มาห่อด้วยผ้าธรรมดาแบบนี้ได้อย่างไรกัน…?”
ข้ารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าไปแล้ว
นี่ข้าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี…? อยู่ๆ ก็ต้องแบกสมบัติล้ำค่าขึ้นรถม้าแล้วเดินทางไปยังฮวาซาน
ไม่มีวันคิดเลยว่าหนึ่งในสี่สมบัติของฮวาซานจะมาโผล่ที่ตระกูลกู่แบบนี้!