“…ทำไมถึงมอบของเช่นนี้ให้ข้าดูแลล่ะ? ท่านควรส่งข่าวถึงกองคุ้มภัยให้ช่วยคุ้มกันไปอย่างปลอดภัยมากกว่า!”
“ไม่มีที่ใดปลอดภัยไปกว่าตอนนี้แล้ว เจ้าจงวางใจแล้วเดินทางไปเถิด”
ปลอดภัยที่สุดงั้นหรือ?
ข้าครุ่นคิดกับคำพูดนั้นชั่วขณะ ก่อนที่ภาพของผู้ที่กำลังลูบแผงคอม้าอยู่ด้านหลังจะผุดขึ้นมาในหัว—
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์
หากผู้อาวุโสสองรู้ถึงการมีอยู่ของเขา เช่นเดียวกับบิดาของข้า คำพูดที่ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดก็คงมีเหตุผลอยู่
‘…แต่ทำไมถึงต้องเป็นข้าล่ะ!?’
ทันทีที่เห็นของสิ่งนี้ หัวใจของข้าร่วงไปถึงตาตุ่ม
มือข้าสั่นระริกขณะจับสมบัตินี้ไว้แน่น ผู้อาวุโสสองหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าวขึ้น
“อ้อ… ข้ากับท่านประมุขได้ตกลงกันไว้แล้ว เพราะฉะนั้นเจ้าก็แค่ทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่ต้องกังวล”
“…ตกลงกันไว้แล้วโดยที่ข้ามิได้รับรู้เลยสินะ…”
ทำไมกัน… ทำไมทุกครั้งข้าถึงถูกกันออกจากการตัดสินใจพวกนี้เสมอ?
แม้จะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว แต่ดูเหมือนสถานะของข้าในตระกูลจะไม่มีผลอะไรเลยจริงๆ
ถึงแม้จะเคยชินกับเรื่องแบบนี้แล้วก็ตาม…
แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้ จะปฏิเสธก็คงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ข้าจึงค่อยๆ เก็บศิลาก้อนนั้นไว้ในอกเสื้อ ด้วยไม่อาจเดินไปบอก จักรพรรดิกระบี่สวรรค์ ว่า “ช่วยถือให้ข้าหน่อย” ได้อย่างแน่นอน
โชคดีที่มันมีขนาดเล็กพอสมควร ไม่น่าจะสะดุดตาใคร