ความจริงแล้ว เมื่อได้ฟังเหตุการณ์โดยละเอียด ผู้อาวุโสสองยังคิดเสียด้วยซ้ำว่าหากขานั้นถูกทำลายไปด้วยคงจะดีไม่น้อย… ทว่าด้วยสถานะของตนในฐานะอาวุโส ย่อมไม่อาจเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมาได้
“…ข้ายังแทบไม่ได้เห็นหน้าเลย…”
น้ำเสียงของกู่ฮุยบีสั่นเครือ ขณะสะอื้นไห้เบาๆ
ผู้อาวุโสสองหลบสายตาจากนาง—
แม้ว่าตอนนี้กู่ฮุยบี จะได้รับฉายากระบี่ฟีนิกซ์ และเป็นยอดฝีมือที่น่าเกรงขาม แต่ในสายตาของเขา นางยังคงเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาคนเดิม
ผู้อาวุโสสองยืนมองเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูให้อย่างเงียบเชียบ
◇◆
ผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน
ในขณะที่กู่ฮุยบี กำลังเตรียมตัวออกปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนเดินทาง อารมณ์ของนางก็ไม่สู้ดีนัก
และเมื่อเห็นบุคคลที่มายืนอยู่หน้าประตูตระกูลกู่ อารมณ์ของนางยิ่งดิ่งลงไปกว่าเดิม
“เจ้าเป็นใครกัน?”
คำพูดที่เปล่งออกมานั้นหยาบกระด้าง ไม่สนใจเรื่องมารยาทแม้แต่น้อย
ไม่ว่าผู้มาเยือนจะเป็นคนอายุมากหรือน้อยกว่า โดยปกติแล้ว หากเป็นคนจากตระกูลสูงศักดิ์ก็ควรใช้ถ้อยคำที่ให้เกียรติกัน ทว่ากู่ฮุยบี ไม่แม้แต่จะคิดทำเช่นนั้น
เพราะไม่ว่ายังไง นางก็ไม่อยากให้เกียรติคนผู้นี้อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม คนตรงหน้ากลับไม่ได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด เขาเพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะแสดงคารวะอย่างสุภาพ…
“ข้าชื่อ นัมกุงบีอา เจ้าค่ะ”
ช่างงดงามยิ่งนัก