หากพูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในเรือนพักของกู่หยางชอน ก็คงไม่พ้นบรรดารูปสลักไม้ที่เรียงรายกันเป็นแถว
ห้องพักที่เคยเรียบง่ายและไร้ชีวิตชีวา บัดนี้เริ่มมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เพียงเพราะวีซอลอาเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะงานอดิเรกของ ‘จักรพรรดิกระบี่สวรรค์’ อีกด้วย
ผู้อาวุโสสอง กู่รยอน คิดเช่นนั้นขณะมองดูรูปสลักนกอินทรีที่เพิ่งถูกแกะเสร็จใหม่ ๆ
“เขาออกจากอันฮุยไปแล้วงั้นหรือ”
เสียงของจักรพรรดิกระบี่สวรรค์เอ่ยถามขึ้น
กู่รยอนวางรูปสลักนกอินทรีลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะเสียหาย ก่อนตอบกลับไป
“ข้าได้ยินเช่นนั้น”
“…เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
‘นักบุญพเนจร’ เป็นบุคคลที่มีชีวิตดั่งสายลม
เขาไม่เคยปักหลักอยู่ที่ใดนานนัก
แต่การที่ ‘นักบุญพเนจร’ ปรากฏตัวที่อันฮุยนั้นย่อมต้องมีนัยสำคัญบางอย่างแฝงอยู่
อันฮุยคืออาณาเขตของ ‘จ้าวสวรรค์’ และจ้าวสวรรค์ก็กำลังตามหาตัวเขา
หากเป็นเช่นนั้น การที่ ‘นักบุญพเนจร’ ย่างกรายเข้าสู่อันฮุยย่อมไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่
‘…แต่เหตุใดกัน?’
หากจ้าวสวรรค์รู้ว่าเขากำลังตามหานักบุญพเนจร มีหรือที่จะปล่อยตัวไปง่ายๆ
แต่ตอนนี้กลับได้ข่าวว่าเขาออกจากอันฮุยไปแล้ว?
“รู้หรือไม่ว่าเขามุ่งหน้าไปที่ใด กู่รยอน”
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์เอ่ยถามต่อ
กู่รยอนนิ่งไปครู่หนึ่งขณะครุ่นคิด