พูดตามตรง นางไม่ได้คิดจะจริงจังมากนัก
แรกเริ่มตั้งใจว่าจะแสดงพลังให้หนักขึ้นสักหน่อย เพราะเรื่องหมั้นหมายน่าปวดหัวพวกนั้น…
แต่พอคิดดูอีกที นางก็ไม่อยากลงมือหนักกับน้องชายที่ดูอ่อนแอแบบนี้
‘เพียงพอให้พลังในร่างของเขาสลายออกมาก็พอ’
นั่นคือเป้าหมายของการประลองครั้งนี้ ถือเป็นการประลองกับน้องชายหลังจากไม่ได้ทำมานาน
ต่างจากกู่ยอนซอที่มักจะเกาะติดนางไม่ห่าง กู่หยางชอนกลับเป็นคนที่เกลียดการประลองกระบี่กับนางเป็นที่สุด
ในแง่นั้นแล้ว มันก็รู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
‘ค่อย ๆ จัดการก็แล้วกัน’
นางอยากสัมผัสความรู้สึกที่แตกต่างนี้ไปอีกสักหน่อย
ถ้าพลาดพลั้งเผลอใช้แรงมากเกินไป การประลองคงจบลงอย่างรวดเร็ว และเป้าหมายของนางก็จะไม่บรรลุผล
กู่ฮุยบีเป็นคนที่มั่นใจในพรสวรรค์ของตนเอง
หากเปรียบเทียบกับพวกห้าพยัคฆ์ หรือสามขุนพล ที่นางเคยเห็นมา นางก็ยังเชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าพวกนั้น
แม้คำพูดของนางจะฟังดูโอหังไปบ้าง แต่ก็เป็นความมั่นใจที่มีพื้นฐานรองรับ
‘เจ้าบ้านั่น…’
เผิงอูจิน
อ้อ… ตอนนี้ควรจะเรียกว่า ทายาทเจ้าสำนักสินะ
แม้ว่าสมองของมันจะเพี้ยนไปหน่อย แต่มันก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ
ระดับในการใช้ดาบของมันอยู่เหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์คนอื่น ๆ อย่างชัดเจน
แต่นางก็ไม่คิดว่ามันจะทิ้งห่างเกินไป
อีกไม่นาน นางก็คงจะตามทัน
นางมั่นใจเช่นนั้น
“พี่หญิง”
เสียงของกู่หยางชอนดังขึ้น