“เห็นแล้วไม่รู้รึ?”
รู้สิ! ข้าถึงได้ถามอยู่นี่ไงเล่า เจ้าคนบ้า!
สิ่งที่กู่ฮุยบีหยิบออกมาคืออะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘ไป๋จิ่ว’—เหล้าขาวที่มักขายตามโรงเตี๊ยมทั่วไป
…ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเอาเหล้ามาที่ห้องข้ากัน?
เมื่อเห็นสีหน้าของข้า กู่ฮุยบีก็หัวเราะขำ
“จะลองสักจอกไหม?”
“…พูดมาตามตรง ท่านพี่ดื่มมาก่อนแล้วใช่ไหม?”
ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่มีสติครบถ้วนเลยสักนิด…
ไม่ว่าข้าจะพูดอะไร กู่ฮุยบีก็หยิบจอกเหล้าออกมาตั้งแล้วรินดื่มอยู่คนเดียว
“แล้วนั่นจะดื่มให้เมาก่อนกลับรึ?”
“ไม่ล่ะ ข้าจะนอนที่นี่”
โอ้…
นับเป็นคำพูดที่บ้าบอที่สุดในช่วงนี้เลยก็ว่าได้
“งั้นก็เชิญนอนเถอะ ข้าจะไปหาที่อื่นนอนแทน”
“โถ่เอ๋ย ช่างเย็นชาเสียจริง นานๆ ทีน้องพี่นอนด้วยกันให้สนิทสนมเสียหน่อยไม่ได้หรือ?”
“สนิทบ้าสนิทบออะไรกัน? แต่ไหนแต่ไรพวกเราไม่เคยนอนด้วยกันอยู่แล้ว”
ข้ากับกู่ฮุยบีไม่ได้สนิทสนมกันถึงขนาดนั้นเสียหน่อย
แม้จะพูดออกไปเช่นนั้น ข้าก็ยังแอบจับตาดูอาการของกู่ฮุยบีอยู่—ถ้านางคิดจะลงมือ ข้าจะได้หลบทันที
ทว่าผิดคาด…
กู่ฮุยบีเพียงแค่เงยหน้ามองดวงจันทร์แล้วยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก
‘…อะไรนะ? ข้ากับนางเคยนอนด้วยกันด้วยหรือ?’
ตลอดสองชีวิตที่ผ่านมา ข้าไม่มีความทรงจำเช่นนั้นเลย แล้วสีหน้าประหลาดของนางคืออะไรกัน?
หรือว่านางพึ่งจะเข้าใจสิ่งที่ข้าพูด?
กู่ฮุยบีจิบเหล้าอีกคำ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง