เมื่อได้ยินคำพูดของข้า กู่ฮุยบีสะดุ้งไปเล็กน้อย ทว่าก็รีบคืนสีหน้ากลับมาเป็นปกติ
“น้องข้า เจ้าไม่ได้หลงตัวเองมากไปหน่อยหรือ? ข้าจะเสียเวลาไปทำเรื่องน่ารำคาญแบบนั้นทำไม?”
“…ไม่จริงหรือขอรับ?”
“ชักจะพูดมากไปแล้วนะ? หรือว่าต้องเผาผมเจ้าทิ้งให้หมดก่อน ถึงจะเงียบลง?”
…ถึงกับจะเผาผมกันเลยหรือ นี่มันคำพูดอันใดกัน?
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร แต่ในมือของกู่ฮุยบีปรากฏ’กระบี่ไม้’ ขึ้นมาแล้ว
…นางพกมันมาด้วยตั้งแต่เมื่อไรกัน?
หรือว่าตั้งแต่แรก นางตั้งใจจะมาหาข้าด้วยเรื่องนี้อยู่แล้ว?
“หายหน้าหายตาไปแค่ไม่กี่เดือน กล้าคิดว่าพี่สาวคนนี้อ่อนลงหรืออย่างไร? ตัวไม่สูงขึ้นสักนิด แต่ความอวดดีนี่เพิ่มขึ้นเป็นกองเลยนะ”
กู่ฮุยบียิ้มเจ้าเล่ห์พลางกล่าวคำถากถาง ทว่าข้าไม่ได้ถือสา
สำหรับนาง นี่อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่สำหรับข้า… การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเวลาหลายปีที่ผ่านไป
ทั้งการพบกันเมื่อช่วงกลางวัน และตอนนี้ก็เช่นกัน
ข้ากลืนซาลาเปาคำสุดท้ายลงคอ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหากู่ฮุยบี
นางมองข้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ
…เรียกข้ามาเองแท้ ๆ แล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นกัน?
“โอ้ น้องข้า คราวนี้จะไม่หนีแล้วหรือ?”
“ไหน ๆ ก็ไม่มีเจตนาจะซ้อมข้าแต่แรกแล้ว อย่ามาแกล้งพูดให้เสียเวลาเลยขอรับ”
ข้าก้าวเดินผ่านกู่ฮุยบีไปอย่างไม่ใส่ใจ
ปลายทางคือ ‘ลานฝึกยุทธ์’