“แต่เจ้าก็เกินไปจริงๆ นะฮุยบี พึ่งกลับมา ก็มาหาหยางชอนก่อนเลย”
“…เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่สิ่งที่ท่านควรพูดนะเจ้าคะ”
กู่ฮุยบียกมือขึ้นเกาศีรษะเล็กน้อย คล้ายจะรู้สึกกระดากอาย
ในเวลานี้ แทบทุกคนในตระกูลได้หันหลังให้กับกู่หยางชอนไปแล้ว
ท่านพ่อของเขา “นักรบพยัคฆ์” นั้น แทบไม่เคยใส่ใจเขาแม้แต่น้อย
พี่สาวคนรอง กู่ยอนซอก็ละทิ้งเขาไปนานแล้ว
ส่วนคนสุดท้อง…
‘เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง’
ในบรรดาผู้คนในตระกูล มีเพียงกู่ฮุยบีและผู้อาวุโสสองเท่านั้นที่ยังคงพยายามเข้าไปหากู่หยางชอนเพื่อชี้แนะและดุด่าว่ากล่าว
“เจ้าควรทำตัวให้ใจดีขึ้นกว่านี้หน่อยดีไหม?”
ผู้อาวุโสสองกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
“ถ้าพูดดี ๆ เขาก็ไม่ฟังหรอก ท่านก็รู้ดีมิใช่หรือ?”
“…อืม”
แม้ว่าช่วงนี้กู่หยางชอนจะดูเปลี่ยนไปบ้าง แต่เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้อาวุโสสองเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้
แม้เขาจะเงียบลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่านิสัยอวดดีและความกวนประสาทอันเป็นเอกลักษณ์ของเขายังไม่หายไปเสียทีเดียว
แม้วิธีการของกู่ฮุยบีจะดูเกินไปอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้
ผู้อาวุโสสองกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ
“แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าจะหาเรื่องตำหนิน้องชายเพียงเพราะเรื่องการหมั้นหมาย มันก็เกินไปหน่อยกระมัง?”
“….”
“แน่นอนว่าในมุมของเจ้า มันอาจจะเป็นเพียงการแสดงออกก็จริง…”
“….”
“…ฮุยบี?”
“จะ…เจ้าคะ! แน่นอน ทุกอย่างเป็นแค่การแสดง”