นัมกุงบีอาชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองข้าด้วยสายตาทื่อๆ
แต่ในครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่าประกายบางอย่างในดวงตาของนางดูชัดเจนขึ้น
“ข้ามีคำถาม”
“…ทำไมจู่ ๆ พูดจาสุภาพขึ้นมาน่ะหรือ?”
“มัน… เกี่ยวกับสิ่งนั้น”
นางพูดพลางชี้ไปที่บริเวณ ตันเถียนของข้า
…นางก็รู้เหมือนกันสินะ
เช่นเดียวกับมูยอน นัมกุงบีอาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของข้า
ถังโซยอลดูเหมือนไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
แต่ นัมกุงบีอาไม่ใช่แบบนั้น
“ก็แค่มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นนิดหน่อย”
นี่เป็นคำตอบเดียวที่ข้าพอจะให้ได้
ข้าจะไปบอกได้อย่างไรว่า ข้าพบคลังลับของตระกูลกึมชอนในเสฉวน แล้วเจองูยักษ์ที่คายลูกแก้วออกมาให้เป็นโชควาสนา?
…
ถึงจะพูดไป นางก็คงเชื่อแบบไม่คิดอะไรก็เถอะ…
แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นที่ข้าต้องพูดออกไปอยู่ดี
นัมกุงบีอาพยักหน้าให้กับคำตอบของข้า
จากนั้น…
ประกายในดวงตาของนางดูจะเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย
ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
เพราะข้ารู้ดีว่า เมื่อใดที่นัมกุงบีอาทำสีหน้าแบบนี้ คำพูดที่หลุดออกจากปากของนางก็มักจะเป็นประโยคเดียวเสมอ
“ถ้างั้น มาประลองกัน—”
“ไม่”
ข้าปฏิเสธทันทีโดยไม่รอให้เธอพูดจบ
นัมกุงบีอาเบิกตากว้าง ดูตกใจไม่น้อยกับการปฏิเสธอันรวดเร็วของข้า
“ทำไมล่ะ!”
นางขึ้นเสียง—เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่…?
นางที่สนใจแต่เพลงกระบี่มาโดยตลอด ทำไมถึงจู่ ๆ ถึงมาสนใจข้า?