แม้มันจะมิได้แสดงท่าทีคุกคาม แต่ข้าย่อมมิอาจวางใจสัตว์อสูรปีศาจได้
ข้ายังคงเตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่งูตนนั้นจ้องข้ามาด้วยนัยน์ตาสีทองเจิดจ้า
จากนั้น มันก็เอ่ยถามข้า…
“…ช่างน่าฉงนใจนัก เด็กน้อย เจ้าไม่ใช่ผู้สืบสายโลหิตแห่งตระกูลกึมชอน แต่กลับสามารถมายังที่แห่งนี้ได้เช่นไร?”
“ตระกูลกึมชอน…?”
มันหมายถึง “ตระกูลกึมชอนยอน” อย่างนั้นหรือ?
ข้าขมวดคิ้วก่อนตอบ
“…ตระกูลกึมชอนยอนล่มสลายไปตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนแล้ว”
ดวงตาของงูตนนั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหลับตาลงช้า ๆ
สื๊อออ…
ร่างมหึมาของมันค่อย ๆ ขดตัวแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
แม้จะเป็นเพียงการขยับตัวเล็กน้อย แต่เพราะขนาดของมัน ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนพื้นห้องสั่นสะเทือน
“…เป็นเช่นนั้นเองหรือ ในที่สุดมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”
หัวอันมหึมาของมันค่อย ๆ ลดต่ำลงแตะพื้น
“แต่ข้ายังสงสัยนัก แม้พลังของข้าจะถดถอยไปมากแล้ว แต่ก็หาใช่สิ่งที่ค้นพบได้โดยง่าย เจ้าผ่านเข้ามาได้อย่างไร?”
‘…พลังอย่างนั้นหรือ? หรือว่าค่ายกลที่ปกคลุมบริเวณที่ขังวีโกไว้ เป็นพลังของเจ้าสัตว์อสูรปีศาจตนนี้?’
สัตว์อสูรปีศาจที่สามารถร่ายค่ายกลมหาศาลขนาดนั้น…
เป็นความคิดที่น่าหวาดหวั่นเกินไป
ข้าควรตอบมันว่าอย่างไรดี?
แต่ความจริงแล้ว…เรื่องทั้งหมดนี้ วีซอลอาเป็นคนเดียวที่ค้นหา ทุบทำลาย และฝ่าฟันเข้ามา
ข้าจึงไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“…ก็แค่หา ๆ ไปแล้วมันก็เจอเอง”