นัมกุงชอนจุนกำมือแน่นกุมหว่างขา ร่างของเขาสั่นระริก
แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังเปล่งออกมาไม่ได้ ริมฝีปากอ้าค้าง น้ำลายไหลริน และเลือดก็หยดลงมาจากทั้งจมูกและปากของเขา
ภาพของอัจฉริยะผู้สูงส่งแห่งตระกูลนัมกุง พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ตระกูลนัมกุง— หนึ่งในสี่ตระกูลสูงศักดิ์ และเป็นเสาหลักของฝ่ายธรรมะ
นัมกุงชอนจุนเป็นผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของตระกูลที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น
แต่ตอนนี้—
ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นกลับนอนดิ้นอยู่บนพื้นในสภาพน่าอดสู
“อย่ามาทำเป็นโอดครวญไปหน่อยเลย กระดูกเจ้าก็ยังไม่หักนี่”
การควบคุมแรงที่พอดิบพอดี
เจ็บปวดแทบตาย แต่ไม่ถึงกับพิการ หรือแค่พอให้รักษาได้
เรื่องแบบนี้ข้าเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในชาติก่อน
ถึงแม้ว่าร่างกายของข้าจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ยากอะไรนัก
‘หากข้าเตะแรงกว่านี้อีกนิดเดียว คงจบกันแล้ว’
…แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่แตก ก็แล้วจะไปกังวลทำไม?
“เจ้า… เจ้า… ไอ้เวรเอ๊ย…!”
“หืม? โอ้ ดูเหมือนเจ้าจะยังพอพูดได้นี่นา”
ข้าคิดว่าเขาคงนอนทรมานอยู่แบบนั้นไปอีกหลายสิบนาที แต่ดูเหมือนเจ้าหมอนี่จะอึดกว่าที่คิด
ข้าก้าวเข้าไปหาเขา ก่อนจะคว้าหมับที่แขนข้างหนึ่งและ…
-กร๊อบ!
“อั่กกกกก!!”
ข้าบิดแขนของเขาออกไปด้านหลังอย่างแรง
ไอ้เวรนี่คิดจะใช้วิธีสกปรกอีกแล้ว ข้าก็แค่ชิงลงมือก่อนเท่านั้นเอง
แม้ว่าแขนของเขาจะบิดเบี้ยว แต่ดวงตาของเขากลับยังเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หนักแน่น