‘ไอ้…บ้าเอ๊ย นางเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’
“เจ้ารู้ไหมว่าข้าเพิ่งทำให้น้องชายของเจ้าเละเป็นก้อนเนื้อไป?”
“นั่นเป็นความผิดของชอนจุนเอง”
“ไม่สิ ขนาดนั้นแล้วเหตุใดเจ้าถึงยังตามตื๊อข้าอีก?”
แม้ว่าข้าจะพยายามปฏิเสธ แต่นัมกุงบีอาก็ไม่ยอมปล่อยมือที่จับแขนเสื้อของข้าเลย
และหากนางดื้อดึงมาถึงขนาดนี้ ก็หมายความว่านางไม่มีทางล้มเลิกง่าย ๆ
‘…หรือว่านางจะตามข้าไปจริง ๆ?’
ข้าขนลุกซู่ทันทีที่คิดได้
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ใช่ไหม?
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องวุ่นวายที่นางเคยก่อในชาติก่อน…ข้าก็ไม่อาจแน่ใจได้เลย
“ทำไมเจ้าถึงอยากรู้ชื่อของข้านัก?”
ข้าถาม แต่นางไม่ตอบ
นางเพียงแค่จ้องข้าไม่วางตา สายตาของนางแน่วแน่จนข้ารู้สึกกดดัน
ข้ายกมือขึ้นเสยหน้าผาก ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ข้าถูกลากเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร?
ข้าถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ถ้าข้าบอกชื่อของข้า เจ้าจะเลิกตื๊อข้าหรือไม่?”
“อืม”
“รวมถึงการพูดห้วน ๆ ด้วย?”
“อืม… ได้”
ข้าถอนหายใจอีกครั้ง ดูเหมือนว่าช่วงนี้ข้าจะถอนหายใจบ่อยเกินไปแล้ว
หลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ข้าก็เอ่ยปากพูดออกไป
“…ชอน”
“หืม?”
“กู่หยางชอน”
ข้าพ่นชื่อออกไปสั้น ๆ แค่สามพยางค์
จากนั้นก็เดาะลิ้นเล็กน้อย “พอใจแล้วใช่ไหม? ข้าจะไปแล้ว ห้ามมาก่อกวนข้าอีก”
พูดจบ ข้าก็หันหลังให้แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว