หรือนางมีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น?
หลังจากจ้องมองข้าอยู่นาน นางก็เปิดปากพูด
“ชื่อของเจ้า…”
“…ว่าไงนะ?”
“บอกชื่อจริงของเจ้ามา”
“ข้าก็บอกไปแล้วนี่”
ข้าแนะนำตัวเองว่า “กู่จอลยอบ” อย่างชัดเจนไปแล้ว หรือว่านางจะลืมไปแล้วกัน?
แต่สิ่งที่นัมกุงบีอาตอบกลับมานั้นทำให้ข้าต้องชะงัก
“นั่นมันโกหก”
“…”
“โกหก ข้าต้องการชื่อจริงของเจ้า”
…อะไรนะ?
นางรู้ได้อย่างไรว่าข้าโกหก?
นัมกุงบีอาไม่มีแววสงสัยใด ๆ ในดวงตาของนาง นางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าชื่อที่ข้าบอกไปนั้นเป็นของปลอม
ข้านึกย้อนไปถึงตอนที่พบกับนางครั้งแรก— นัมกุงบีอาเป็นคนที่ดูเหมือนจะเลื่อนลอยและไม่สนใจอะไร แต่บางครั้งก็ดูมีเซนส์ในเรื่องแปลก ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ
ข้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม
“ก่อนอื่น ข้าขอถามอะไรเจ้าสักอย่าง”
“ว่ามาสิ”
ข้ามองลึกเข้าไปในดวงตาของนางแล้วถามออกไป
“ทำไมเจ้าถึงพูดห้วน ๆ กับข้า?”
“…”
คราวนี้เป็นนางที่เงียบไป
นางหลบสายตาของข้า ราวกับไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้
นี่เจ้าคิดจะหาเรื่องข้าใช่ไหม?
นางจ้องข้าอีกครั้งก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ถ้าเจ้าไม่บอกชื่อจริงของเจ้า ข้าจะตามเจ้าไป…ตลอด”
…นางเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
ข้าเกือบจะทรุดลงกับพื้นไปแล้ว
ช่างเรื่องที่นางจับได้ว่าข้าโกหกไปก่อนเถอะ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือ… นางรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องนี้ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจ?