“ข้าเหนือกว่าท่านมากอยู่แล้ว หากท่านต้องการ ข้าจะใช้เพียงขาข้างเดียวประลองกับท่านก็ยังได้”
รอยยิ้มของเขายังคงอยู่
แต่ข้าสังเกตเห็นได้ว่า—
ลำคอของเขาตึงเครียดเพราะความโกรธที่พยายามอดกลั้น
ข้ายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็เอาสิ”
ข้ากลืนน้ำลายลงคออย่างหงุดหงิด
ข้านึกถึงคำพูดของใครบางคนที่เคยบอกข้าในอดีต
‘จงอดทนให้ได้สามครั้ง’
‘เจ้าร้อนแรงเกินไป หากเจ้าอยากรอด เจ้าต้องรู้จักอดทน’
ข้าจำได้ว่าตอบกลับไปเสมอว่า—
‘แต่เจ้าหมอนั่นมันน่ารำคาญ’
‘หากเจ้าก็ทำตัวแบบนั้น เจ้าก็ไม่ต่างกันมิใช่หรือ?’
‘เช่นนั้นข้าขอเป็นพวกน่ารำคาญแล้วกัน—’
‘มนุษย์จะอดทนไปตลอดชีวิตได้อย่างไรกัน?’
‘อะไรนะ? นี่มันคำพูดบัดซบอะไรกัน… เดี๋ยวก่อน! ทำไมข้าถึงมัวแต่คิดแบบนี้?’
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้พลังไฟเป็นหลักอย่างข้า การถูกเรียกว่าร้อนแรงมันไม่ถือเป็นคำชมอย่างนั้นหรือ?
‘ถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ จงอดทนให้ได้สามครั้ง แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด’
ข้าไม่เคยสนใจคำพูดนั้นมาก่อน
แต่หลังจากที่มันกลายเป็น คำสั่งเสียสุดท้ายของคนที่ตายจากไป ข้าก็พยายามรักษามันไว้
…โลกใบนี้สอนให้ข้าตระหนักว่า ต้องรู้จักประมาณตนหากอยากมีชีวิตรอด
“ข้าว่าข้าอดทนมาสามครั้งแล้วนะ”
สนามฝึกกว้างใหญ่ ข้ากับนัมกุงชอนจุนยืนประจันหน้ากัน
ข้าคิดว่าสามครั้งที่ข้าทนกับพฤติกรรมล้ำเส้นของมันนั้นน่าจะเพียงพอแล้ว