นางมีเพียงเส้นผมสีดำสนิทดังท้องฟ้ายามรัตติกาล และรอยยิ้มสดใสที่ประดับบนใบหน้าราวกับไม่มีอะไรในโลกนี้ทำให้นางหมองเศร้าได้
ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากตอนนั้นมากเหลือเกิน
แต่เหตุใด… ข้ายังคงมองหานางในวีซอลอาคนนี้กัน?
ข้าหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ
“ข้ากำลังคิดอะไรอยู่นะ… ช่างเป็นความยึดติดที่น่าขันจริง ๆ”
“ว่าอะไรนะเจ้าคะ?”
วีซอลอาหันมาถามด้วยดวงตาเป็นประกาย ข้ายิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย
“…ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่มีอะไรหรอก ได้เวลาไปพักผ่อนแล้ว กลับกันเถอะ”
ข้าคิดว่าคงเดินสำรวจมาพอสมควรแล้ว ไหน ๆ ก็มาถึงจุดหมายแล้ว วันนี้คงได้นอนหลับสบายสักที
ข้าหันกลับไปเพื่อพาวีซอลอากลับไปพัก ทว่า—
“ท่านเป็นใคร?”
เสียงแหลมคมดั่งคมมีดตวาดขึ้น แทบจะกรีดแทงโสตประสาทของข้า
ข้าหยุดฝีเท้าและหันไปมองตามเสียงนั้น
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าข้าคือ นัมกุงบีอาผู้มีสีหน้าตื่นตระหนก และข้างกายนางคือใครอีกคน—
เสียงเมื่อครู่เป็นของนาง
หญิงสาวปริศนาเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนนอกจะเดินเข้าออกตามอำเภอใจ ท่านเป็นใคร?”
เมื่อลำแสงจันทร์สาดต้อง เงามืดที่บดบังใบหน้าของนางก็เลือนหาย ทำให้ข้าได้เห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
และในทันทีที่สบเข้ากับดวงตาสีเขียวเข้มที่โดดเด่นท่ามกลางราตรี ข้าก็รู้โดยไม่ต้องสงสัยว่า…
นางเป็นใคร
“จ้าวพิษอัคคี ถังโซยอล”