บุรุษผู้นั้นมีใบหน้าที่ดูจะพ้นวัยยี่สิบต้นๆมาแล้ว บรรยากาศรอบตัวเขาดูสงบและเป็นมิตร แตกต่างจากภาพลักษณ์ทั่วไปของคนตระกูลถังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องพิษและอาวุธลับ
เขาคือทายาทของตระกูลถัง ถังจูยอก
แม้ข้าไม่แน่ใจว่าในตอนนี้เขาได้รับฉายาอะไร แต่ในอนาคต หลังจากที่ลัทธิมารเริ่มเคลื่อนไหว เขาจะถูกขนานนามว่า “จ้าวพิษแทนพันขุนพล”
ถังจูยอกก้าวเข้ามาหาข้าอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยตนเอง
“ท่านคงเป็นคุณชายกู่สินะ ข้าได้ยินข่าวว่าท่านจะมาเยือนตระกูลของเรา ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลมามากสินะ ข้าคือถังจูยอก”
แม้ข้าจะอายุน้อยกว่ามาก แต่เขายังคงปฏิบัติต่อข้าด้วยมารยาทอย่างเหมาะสม แสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยของเขาได้เป็นอย่างดี
ข้าจึงปฏิบัติตามธรรมเนียมและโค้งคำนับตอบ
“ข้าคือ….”
ขณะที่กำลังจะเอ่ยแนะนำตัว ข้าก็นึกขึ้นได้ว่าเคยใช้ชื่อ ‘กู่จอลยอบ’ ไปกับพวกนัมกุงมาก่อน
…ให้ตายเถอะ ข้าคิดอะไรอยู่ถึงใช้ชื่อนั้นไปกันนะ
ว่าแต่…กู่จอลยอบเจ้าบ้านั่นไม่เคยช่วยอะไรได้เลยจริงๆ ตั้งแต่พบกันครั้งแรกข้าก็ไม่ถูกชะตากับมันแล้ว
“ข้าเดินทางมาในนามของท่านประมุขตระกูลกู่ ท่านฝากขออภัยที่ไม่อาจมาร่วมงานด้วยตนเองได้”
ข้ากล่าวปัดๆ โดยเอ่ยแทนบิดาข้า ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยพูดเช่นนั้นเลย
โชคดีที่ถังจูยอกดูไม่ติดใจอะไร เขายังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า