“พูดอะไรน่ะ? ผมเจ้าหยาบกระด้างราวกับขนหมาเลยไม่ใช่รึ? จำได้ว่าพี่ใหญ่แกดงของพวกเราเคยบอกว่า หัวเจ้ากวาดพื้นแทนไม้กวาดได้เลย”
“…อย่าพูดถึงเรื่องนั้นนะ! ครั้งก่อนที่เจ้าเอามาล้อ ข้ายังฝากรอยเล็บให้เป็นของที่ระลึกจำไม่ได้รึไง”
“อ้อ… ว่าแล้วเชียว ข้าถามเจ้าว่าทำไมหน้ามีรอยแผล เจ้ากลับบอกว่าถูกแมวข่วน ที่แท้ฝีมือเจ้าสินะ?”
“พี่หญิงฮงวา ผมพี่เป็นขนหมาหรือเจ้าคะ?”
“นี่! ซอลอา เจ้าไม่ควรพูดแบบนั้นนะ”
บทสนทนาไร้สาระดำเนินไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้น วีซอลอาก็ยังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนเดิม…
…แต่เดี๋ยวก่อน มือของวีซอลอากลับถือเกี๊ยวเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ นางกำลังกินไปทั้งที่ยังไม่ตื่นเต็มตาจริงๆ หรือ?
ข้าหยิบเกี๊ยวขึ้นมากินตามหนึ่งคำ บอกได้เลยว่าเกี๊ยวที่เพิ่งนึ่งเสร็จนั้นร้อนและอร่อยจริง ๆ
ครืดดด—
ขณะที่ข้ากำลังเพลิดเพลินกับเกี๊ยว เสียงลากเก้าอี้ก็ดังขึ้นข้างๆ ข้าหันไปมอง ก็พบว่านัมกุงบีอานั่งลงข้างข้าโดยที่ไม่พูดอะไร
…นางนั่งตรงนี้ทำไม?
“คุณหนูนัมกุง ที่นั่งของเจ้าน่าจะอยู่ทางนั้นมากกว่านะขอรับ”
ข้าชี้ไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามซึ่งเหล่าคนจากตระกูลนัมกุงรวมตัวกันอยู่
แต่แทนที่นางจะนั่งกับพวกของตน นางกลับเลือกมานั่งข้างข้า…
และนั่นทำให้เจ้าคนบ้าตระกูลนัมกุง—นัมกุงชอนจุน—จ้องข้าด้วยแววตาเร่าร้อนราวกับจะเผาข้าให้เป็นเถ้าธุลี